บล็อก

ในยุคปัจจุบัน การแข่งขันด้านธุรกิจยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ละเลยไม่ได้คือการตลาดที่แข็งแกร่ง เพราะการที่มีธุรกิจอย่างเดียวแต่ไม่สนใจด้านการตลาดเลยก็อาจทำให้ธุรกิจของคุณล้มเหลวได้เช่นกัน หากคู่แข่งของธุรกิจคุณมีจำนวนมาก การแข่งขันก็มาก แต่ทำอย่างไรให้ลูกค้านึกถึงร้านคุณอันดับแรก แน่นอนว่าการจดจำโลโก้และชื่อแบรนด์ได้เป็นสิ่งสำคัญ คำถามคือ จะทำอย่างไรล่ะ ? คำตอบก็คือทำให้ลูกค้าของคุณเห็นโลโก้คุณบ่อยๆ  จะเสียพื้นที่โฆษณาก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากและไม่สามารถรู้ได้ว่าจะได้ผลหรือไม่ แต่ถ้าร้านของคุณอยู่บนหน้าจอมือถือของลูกค้า โอกาสที่ลูกค้าจะเห็นผ่านการสไลด์หน้าจอก็มีแทบทุกวัน เพราะโทรศัพท์เป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้ ยิ่งถ้าเราบริหารถูกจุด โอกาสที่เราจะยิงการตลาดก็จะยิ่งตรงจุดมากเท่านั้น และนี่คือหนึ่งตัวอย่างจุดแข็ง ที่จะเพิ่มยอดขายและประสบความสำเร็จได้

รับสมัครคอร์สการตลาดผ่านโมบายแอพ เรียนรู้เทคนิคการตลาดแบบเจาะลึกผ่านโมบายแอพที่คุณสร้างเองโดยเฉพาะ โดยวิทยากรเฉพาะทางทั้ง 3 ท่าน จาก Mobinster บรรยากาศเป็นกันเอง สอดแทรกทุกเนื้อหาในทุก Part เข้มข้นและครอบคลุม

Agenda 

08:30-09:00 ลงทะเบียน

9:00 – 9:20 ทำไมธุรกิจต้องมี Mobile App

9:20 – 9:50 ตัวอย่างจริงของธุรกิจที่เหมาะกับการมี Mobile App

9:50 – 10:20 How-To ในการทำการตลาดผ่าน Mobile App

10:20 – 10:30 พักรับประทานอาหารว่าง

10:30 – 12:00 (W1)Concept & Workshop : สร้าง Mobile App ของตัวเองอย่างง่ายๆ

  • องค์ประกอบของ Mobile App
  • การสร้างโลโก้ของ Mobile App บนโทรศัพท์มือถือแบบเท่ห์ๆ
  • การสร้างเนื้อหาและโปรโมชั่นบน Mobile App ที่ลูกค้าต้องการ
  • การสำรวจ Rating ของ Mobile App

12:00 – 13:00 พักรับประทานอาหารเที่ยง

13:00 – 14:30 (W2)Concept & Workshop : สร้าง Mobile App ของตัวเองง่ายๆ

–     QR Code คืออะไร
–     การสร้างระบบสะสมแต้มผ่านระบบ QR Code

  • เรารู้อะไรเกี่ยวกับลูกค้าบ้างจากการที่ลูกค้าใช้งาน Mobile App
  • Reports จากระบบที่ห้ามลืมอ่าน

14:30 – 14:40 พักรับประทานอาหารว่าง

14:40 – 16:00 (W3)Concept & Workshop : สร้าง Mobile App ของตัวเองอย่างง่ายๆ

  • การออกแบบโปรโมชั่นให้โดนใจ
  • การสร้างโปรโมชั่นใหม่ๆ บน Mobile App
  • วิธีการแจ้งเตือนลูกค้าถึงโปรโมชั่นใหม่ๆ ผ่านระบบแจ้งเตือนบนมือถือ

16:00 – 16:30 ถาม-ตอบ และจบการ Training พร้อมรับของที่ระลึก

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมที่เหมาะสมกับคอร์สนี้

  • เป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้มีอำนาจการตัดสินใจ
  • มีหน้าร้าน
  • ลักษณะธุรกิจค้าปลีก หรือบริการ
  • ความถี่การใช้บริการของลูกค้ามีมากพอสมควร   

ตัวอย่างธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับคอร์สนี้

       ร้านอาหาร คาเฟ่  ร้านทำผม ร้านทำเล็บ ร้านสปา  ฟิตเนส สระว่ายน้ำ เป็นต้น

สิ่งที่ท่านจะได้เรียนรู้จากการ Training

  • รู้เทคนิคการตลาดปัจจุบันเชิงลึก ที่สามารถนำไปใช้กับธุรกิจได้ให้มีประสิทธิภาพ
  • รู้วิธีทำการตลาดผ่านโมบายแอพอย่างมืออาชีพ
  • รู้จักฟีเจอร์ทั้งหมดของ Mobinster และการนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ
  • สามารถอ่านรายงานจากโมบายแอพ
  • รู้กลยุทธ์รักษาฐานลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ให้กลายเป็นลูกค้าประจำ
  • สามารถสร้างโปรโมชันให้ธุรกิจให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สิ่งที่ผู้เข้าร่วม Training จะได้รับ

  1.  Mobile App ทั้งหมด 2 ตัว สำรับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ ทีมงานจะนำแอพที่คุณสร้าง Upload ขึ้น App Store และ Play Store พร้อมเริ่มใช้งานได้จริง 
    -Mobile app ฝั่ง Seller
    -Mobile app ฝั่ง Buyer
  2.  แพกเก็จ Size M พิเศษเพื่อคลาสนี้โดยเฉพาะ (ราคาปกติ 29,999) 
  3.  ระบบจัดการหลังบ้าน Back-end
  4. ผู้เข้าร่วมTraining จะได้รับคอร์ส Mobile App Marketing Clinic สำหรับการติดตามการใช้งาน และข้อแนะนำ
  5. คู่มือการใช้งาน Mobinster อย่างละเอียด 

รายละเอียดการ Training

วันที่ 17 พฤษภาคม 2561

เวลา  08.30-16.30 น.

สถานที่  บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด 
            ตึก Thai CC Tower ( BTS สุรศักดิ์ ) ชั้น 27  

วิทยากร     ดร.วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ (Mobile Marketing Specialist)  
                 คุณธนวัฒน์ ชาวปากน้ำ (Mobile App Specialist)
                 คุณสุทธิวัฒน์ ผลมะขาม (Mobile App Specialist)

ค่าใช้จ่ายเพียง  9,999 บาท พร้อมรับโมบายแอพธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ+ระบบการจัดการหลังบ้าน +คู่มือการใช้งานอย่างละเอียด + Mobinster Marketing Clinic

*** ผู้เข่าร่วมสัมมนา หัวข้อ “อ่านความคิด ตอบตรงใจผู้บริโภค ด้วยโมบายแอพ” ในวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา รับส่วนลดเหลือ  7,999 บาท

**สามารถนำ Notebook มาเองได้

**ราคานี้รวมค่าอาหารแล้ว

*ด่วน หมดเขต 6 พ.ค. นี้เท่านั้น !

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 
ฝ่ายการขายและการตลาด
โทร : 092 262 0475  คุณเอ๋ย หรือ คุณอิม  
E-mail : pariyakorn@mobinster.com หรือ support@mobinster.com 

บรรยากาศงานสัมมนา "อ่านความคิด ตอบตรงใจผู้บริโภคด้วยโมบายแอพ"

จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2561
ณ ตึก KX The Knowledge Exchange วงเวียนใหญ่ ​

ภายในงานมีการแชร์ความรู้ Marketing เพื่อธุรกิจ อัพเดตเทรนด์การตลาดปัจจุบัน และร่วมสนุกเล่นเกมส์ชิงรางวัล
ขอขอบพระคุณผู้เข้าร่วมงานสัมมนาทุกๆท่าน ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีตลอดงานเสร็จสิ้นสมบูรณ์ค่ะ 

ขอเชิญท่านผู้ประกอบการเข้าร่วมฟังสัมมนา

อ่านความคิด ตอบตรงใจผู้บริโภค ด้วยโมบายแอพ

พร้อมแชร์เทคนิคการตลาดเพื่อประโยชน์ของธุรกิจคุณ

 จัดโดย 

Mobinster ผู้นำการให้บริการแพลตฟอร์มแอพพลิเคชันสำเร็จรูปเพื่อ CRM

วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2561
เวลา 13.00-16.00 น.
ณ ห้อง X03 ชั้น 10 ตึก เคเอ็กซ์ (The Knowledge Exchange) ติด BTS วงเวียนใหญ่ 

 

เนื่องจากปัจจุบันสมาร์ทโฟน และอินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน พฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของคนทั่วโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บริษัทหรือธุรกิจต่างๆก็ได้มีการปรับตัวโดยใช้ประโยชน์จากการสร้าง Application บนสมาร์ทโฟนในการสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเองเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของลูกค้าหรือผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

Mobinster เป็นหนึ่งในการให้บริการของ บริษัท โมบิ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ เติบโตมาจากการที่เป็นที่ปรึกษาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) การอบรมด้าน e-Marketing ให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมาอย่างยาวนาน ปัจจุบัน โมบิ เป็นบริษัทในเครือของ บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัดซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Google for Work (G Suite) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

Schedule

13.00 – 13.30        ลงทะเบียน 

13.30 – 14.15         บรรยายพิเศษหัวข้อ “อ่านความคิด ตอบตรงใจผู้บริโภค ด้วยโมบายแอพ” 

                                       ทำไมธุรกิจต้องมีโมบายแอพ

                                       ลูกค้าบอกอะไรเราผ่านโมบายแอพ

                                       ตัวอย่างธุรกิจขายปลีกที่ประสบความสำเร็จด้วยโมบายแอพ                                 

                                  โดย  ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ – Founder & CEO บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด

14.15 – 14.30          – Coffee Break – 

14.30 – 15.30         บรรยายพิเศษ “Customer Loyalty ด้วยโมบายแอพ”

                                       Loyalty Function เก็บรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มเติมลูกค้าขาจรให้เป็นลูกค้าขาประจำ  

                                                    – Login ง่ายลูกค้าปลื้ม

                                                    – สแกนปื๊ดๆ ก็จ่ายเงินได้
                                                    – สะสมแต้มแบบไหนให้ถูกใจ
                                                    – ปักหมุดบนแผนที่ลูกค้าไม่พลาด
                                                    – Chat ผ่านโมบายแอพ ดีกว่าอย่างไร                                         
                                                    – วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าจากพฤติกรรมการใช้งาน
 
                                        ตัวอย่างประเภทธุรกิจที่สามารถนำ Mobinster ไปต่อยอดให้ประสบความสำเร็จ

   
                                   โดย  คุณธนวัฒน์ ชาวปากน้ำ – Mobinster Product Specialist

15.30 – 16.00         ถาม – ตอบ ร่วมสนุก ชิงรางวัล 

เข้าร่วมสัมมนาฟรี

*จำกัดเพียง 40 ที่นั่งเท่านั้น
**หมดเขตลงทะเบียน 23 มีนาคม  2561

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ฝ่ายการตลาด
ปริยากร (เอ๋ย) โทร. 092-262-0475

แผนที่การเดินทางมายัง ตึก เคเอ็กซ์(The Knowledge Exchange)
วิธีเดินทางที่แนะนำ : ใช้บริการ BTS ลงสถานีวงเวียนใหญ่ ทางออกที่ 4 

(บทวิเคราะห์) ทำไมพี่มาร์กแห่ง Facebook ต้องลด Reach เพจ และเราจะเอาตัวรอดอย่างไร

กลายเป็นข่าวใหญ่โตเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อพี่มาร์กแห่ง Facebook (Mark Zuckerberg) ออกมาประกาศผ่านหน้าเฟซบุ๊กของตัวเองว่าต่อไปนี้ News Feed จะให้ความสำคัญกับโพสต์ของเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น และลดความสำคัญของ Public Post หรือโพสต์จากเพจลงไป ซึ่งก่อนหน้านี้คนทำเพจก็เห็นสัญญาณความถดถอยของเพจหลายอย่างมาพักใหญ่แล้วแหละครับ แต่ก็ไม่ได้ชัดเจนเท่าที่พี่มาร์กประกาศ

เรามาวิเคราะห์เหตุผลของเฟซบุ๊กและทางรอดจากวิกฤตนี้กัน

เฟซบุ๊กสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร

ก่อนที่เราจะเข้าใจ Facebook News Feed เราต้องเข้าใจแก่นธุรกิจของเฟซบุ๊กกันก่อน จริงอยู่ว่าเฟซบุ๊กนั้นได้เงินมหาศาลจากโฆษณาในรูปแบบต่างๆ แต่ถ้าเฟซบุ๊กนำเอาโฆษณามาเป็นแกนของการให้บริการ ก็คงไม่มีใครอยากใช้งานสิ่งที่มีแต่โฆษณา เพราะฉะนั้นแก่นและความคิดเริ่มต้นของ facebook เลยคือการติดต่อกับเพื่อน ติดต่อกับผู้คน ได้รู้ความเป็นไปของคนที่เรารู้จักและสนใจ ซึ่งด้วยแกนของการให้บริการแบบนี้จึงทำให้ผู้ใช้ติดเฟซบุ๊กมาก เพราะสามารถนำเสนอเรื่องราวของเพื่อนที่เราสนใจได้

 

เฟซบุ๊กต้องทำอะไรบ้างถึงจะนำเสนอเรื่องที่ผู้ใช้สนใจได้

ด้วยความฉลาดของผู้สร้างเฟซบุ๊กจึงพัฒนากระบวนการคิดหรือ algorithm ขึ้นมาตีค่าความสำคัญของเนื้อหาต่างๆ ที่แชร์ขึ้นไปในเฟซบุ๊ก แล้วนำเนื้อหาที่ระบบคิดว่าสำคัญไปแสดงให้ผู้ใช้ได้เห็น ซึ่ง Algorithm ตัวนี้เฟซบุ๊กปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาให้สอดรับกับลักษณะการใช้ที่เปลี่ยนแปลงไป และต่อกรกับเนื้อหาไม่มีคุณภาพที่หวังจะอาศัยช่องโหว่ต่างๆ ในระบบเพื่อนำเสนอเรื่องจนทำให้ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้เสียไป

          ความมั่นคงของเฟซบุ๊กขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ และระยะเวลาที่ใช้ในระบบ ถ้าไม่มีใครใช้เฟซบุ๊กก็ล่มสลาย

เฟซบุ๊กไม่ได้เปิดเผยกระบวนการคิดของ algorithm ชุดนี้อย่างละเอียด แต่อธิบายเป็นภาพคร่าวๆ ว่าจะให้น้ำหนักกับโพสต์ของคนใกล้ชิด หรือครอบครัวเป็นหลัก (ก็ตามจุดประสงค์ของเฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงคนรู้จักเข้าหากัน) นอกจากนี้ยังมีอีกหลายตัวแปรที่ใช้ถ่วงน้ำหนักว่าเนื้อหานี้น่าแสดงให้ผู้ใช้เห็นหรือไม่ เช่นปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้กับเพื่อนคนนั้น ถ้าเฟซบุ๊กสังเกตว่าเราไปกดไลค์ใคร เฟซบุ๊กก็จะให้น้ำหนักกับโพสต์ของเพื่อนคนนั้นขึ้นมา แล้วยิ่งถ้าเข้าไปคอมเมนต์โพสต์ หรือแชร์โพสต์ เฟซบุ๊กก็จะให้น้ำหนักมาก เพราะถือเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความพยายาม ความตั้งใจ ก็น่าจะหมายความว่าผู้ใช้คนนั้นสนใจกับโพสต์ของคนๆ นั้นเป็นพิเศษ เราจึงเห็นได้ว่าใครที่เราไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ด้วย เราก็จะไม่ค่อยเห็นโพสต์ของเขานั้นเอง แล้วยิ่งถ้าเป็นคนที่เรากด Hide Post บ่อยๆ เฟซบุ๊กยิ่งจำเลยว่าไม่ต้องแสดงคนนี้

          นอกจากนี้เฟซบุ๊กยังพิจารณาถึงเรื่องอื่นๆ ที่เราน่าจะสนใจ

โดยเฟซบุ๊กให้น้ำหนักกับ 2 เรื่อง คือเรื่องที่เราควรรู้ และเรื่องเราน่าจะสนุกกับมัน ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยภายนอกคือ เรื่องนั้นๆ ที่แชร์ในเฟซบุ๊กมีคนคลิกเข้าไปดู มีคนเขียนคอมเมนต์ หรือมีคนกดแชร์เยอะแค่ไหน ถ้ามีผู้ใช้คนอื่นๆ สนใจมาก มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่คนอื่นสนใจด้วย เฟซบุ๊กก็จะค่อยๆ ปล่อยให้คนอื่นๆ เห็นเนื้อหานั้นด้วย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายในของผู้ใช้เอง ที่เฟซบุ๊กค่อยๆ ศึกษาเราจากลักษณะการใช้งานของเราว่าเรากดไลค์เนื้อหาแบบไหน ชอบดูเพจอะไร คลิกอ่านเรื่องใดบ้าง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับเนื้อหา ว่าผู้ใช้แต่ละคนน่าจะชอบเนื้อหาแบบไหนบ้าง ซึ่งเฟซบุ๊กพิจารณากันเป็นรายบุคคล หน้า News Feed ของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกันไงครับ

 

เป้าหมายเฟซบุ๊กเปลี่ยน เมื่อพี่มาร์กมีลูก

 

Mark Zuckerberg ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ว่าตั้งแต่เขามีลูกสาว 2 คน ก็เริ่มเปลี่ยนแนวคิดการสร้างเฟซบุ๊กใหม่ โดยคิดในมุมมองว่าอยากให้ลูกสาวคิดว่าสิ่งที่พ่อสร้างเป็นสิ่งที่ดีต่อโลก และอ้างอิงผลวิจัยว่าคนเราใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อเชื่อมโยงกับคนที่เราห่วงใย ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง เป็นการเชื่อมโยงกันที่มีความหมายมากขึ้น แต่การอ่านเนื้อหาอื่นๆ แม้จะเป็นข่าวหรือดูวิดีโอความบันเทิง ก็อาจไม่ได้ทำให้รู้สึกดีกับชีวิต ต่อไปเฟซบุ๊กจึงให้น้ำหนักกับโพสต์ของเพื่อนและครอบครัวมากกว่าโพสต์แบบสาธารณะ

                  คีย์เวิร์ดสำคัญคือ การเห็นเรื่องราวแง่ดีๆ ของชีวิต เห็นเรื่องราวที่มีความสุข ทำให้ผู้ใช้มีความสุข

แต่พี่มาร์กก็พูดความจริงไม่หมดว่าการเห็นชีวิตของคนอื่นที่ดีกว่าเรา ก็ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเป็นทุกข์เช่นเดียวกัน กับการที่ต้องเอาชีวิตของตัวเองไปเทียบกับชีวิตที่หรูหรา ดูดี (ที่อาจจะเฟคก็ได้) ของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เรารู้จักและรู้พื้นฐานมาอย่างดี (เช่นโตมาด้วยกัน เรียนมาด้วยกัน แต่ตอนนี้ประสบความสำเร็จมากกว่าเรา) ซึ่งคงมีไม่บ่อยนักที่เราจะระบายเรื่องร้าย หรือเรื่องส่วนตัวมากๆ ลงในเฟซบุ๊ก

ซึ่งเฟซบุ๊กก็ประกาศเช่นกันว่าการปรับครั้งนี้อาจทำให้ผู้ใช้ใช้เวลาบนเฟซบุ๊กน้อยกว่าเดิม และปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ต่างๆ น้อยลงกว่าเดิม จนราคาหุ้นตกลงไป 4.5% ก็ต้องดูกันต่อไปว่าการตัดสินใจของเฟซบุ๊กครั้งนี้ จะช่วยให้สังคมบนเฟซบุ๊กน่าอยู่ขึ้นกว่าตอนนี้จริงอย่างที่พี่มาร์กตั้งใจหรือไม่ หรือไม่สำเร็จและเป็นแค่อีกหนึ่งกลเกมที่ต้องการให้ผู้ใช้เชิงธุรกิจจ่ายเงินมากกว่าเดิม

 

ทางออกสำหรับคนทำ Facebook Pages และผู้ใช้ธุรกิจ

แบไต๋ขอสรุปทางออกสำหรับเพจธุรกิจ หรือผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับลดการมองเห็น หรือปรับลด Reach ของเฟซบุ๊กในครั้งนี้ครับ

 
  1. คุณคงเห็นแล้วว่าอำนาจอยู่ในมือของ Facebook เบ็ดเสร็จในฐานะเจ้าของระบบ ถ้าต่อไปเฟซบุ๊กจะปรับอะไรอีก คุณโต้เถียงไม่ได้ มีแต่ต้องทำตาม ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ อย่าผูกธุรกิจของตัวเองให้เฟซบุ๊กชี้เป็นชี้ตาย ให้ลงทุนลงแรงกับสื่ออื่นๆ ด้วย เช่นลงทุนทำเว็บเพื่อให้หาเจอผ่าน Google หรือเริ่มต้นใช้ Twitter ในการกระจายข่าวสาร ใช้ LINE ในการติดต่อลูกเพจ (ไลน์กำลังทดสอบ LINE Square ที่คล้ายๆ facebook group แต่อยู่ในไลน์)
  2. ตัวตนของบุคคลในเฟซบุ๊กมีความสำคัญมากขึ้น การแชร์เนื้อหาอย่างมีคุณภาพ เขียนความเห็นเพื่อให้ได้แสดงความคิดเห็นจึงสำคัญ เริ่มต้นจากตัวเองและเพื่อนๆ ก่อน
  3. กระตุ้นความสัมพันธ์กับผู้ติดตามเสมอ ในฐานะเจ้าของเพจที่เข้าไปมีส่วนร่วม โต้ตอบ สร้างบทสนทนาที่มีประโยชน์
  4. ไม่ใช่แค่ตอนนี้ แต่สิ่งที่ต้องทำตลอดคือสร้างเนื้อหาให้แตกต่าง สร้างแฟนคลับของเนื้อหาด้วยสิ่งที่หาจากที่อื่นไม่ได้ แล้วค่อยใช้แพลทฟอร์มอย่าง facebook, Youtube, Twitter, Line, Website เป็นเครื่องมือปล่อยของ
  5. การบอกให้ลูกเพจกด Follow และ See First ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่วิธีง่ายๆ ปุ่มเดียวรักษา Reach ไว้ได้ ต้องผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน
  6. ถึงอย่างไรก็ตาม Facebook ก็เป็นเครือข่ายที่มีผู้ใช้เยอะมาก โดยเฉพาะในไทย ยังไงเราก็ต้องลงโฆษณา ก็ต้องบูสโพสต์อยู่ดีเพื่อให้ถึงผู้ใช้ ซึ่งต่อไปค่าบูสจะยิ่งแพงขึ้นเพราะจะมีคนซื้อโฆษณามากขึ้น การเรียนรู้เพื่อโปรโมทในแพลทฟอร์มอื่นๆ อย่างซื้อโฆษณาใน Adword หรือ Twitter ก็เป็นทางออกที่ดี
  7. วิดีโอก็ถูกลดรีชเช่นกัน แต่วิดีโอจากโฆษณาดันไม่โดน เอ๊ะ
  8. ทางออกคือสร้างการสนทนาในเครือข่ายเยอะๆ คอมเมนท์ยาวๆ มีคุณค่า เฟซบุ๊กจะให้น้ำหนักมากกว่าไลค์

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : Beartai.com

ริษัท โมบิ จำกัด ผู้ให้บริการโมบายแอพสำเร็จรูป Mobinster (Mobinster Mobile App) (บริษัทในเครือดีมีเตอร์ไอซีที) 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!

 02-675-9371
 092-262-9475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 092-262-6390 

 support@mobinster.com

Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

Personalized Marketing ทำการตลาดให้ตรงใจผู้บริโภค

Personalized Marketing ทำการตลาดให้ตรง ใจผู้บริโภค หากเราต้องการที่จะสร้างสินค้าขึ้นมาสักอย่าง สิ่งที่เราควรต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆเลยนั่นคือ สินค้าเรานั้นสามารถตอบสนองลูกค้าได้ขนาดไหน สามารถได้รับการยอมรับ และเรียกความน่าสนใจจากลูกค้าได้ไหม นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างธุรกิจ หรือเรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการทำการตลาดเลยก็ว่าได้ ซึ่งข้อกังวลนี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอสำหรับผู้ประกอบการที่ยังหาเป้าหมายในการทำการตลาดไม่เจอ หรือไม่รู้ว่าจะต้องจับต้นชนปลายจากตรงไหนก่อนดี และต้องการกลยุทธ์ด้านการตลาดที่มีประสิทธิภาพ สามารถส่งเสริมธุรกิจได้และมีความเสี่ยงน้อยที่สุด

กล่าวได้ว่าปัจจุบันนี้ Personalized Marketing  เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ทันยุคสมัยโดนใจผู็บริโภคมากที่สุด  และกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในช่วงนี้ขณะที่การตลาดกำลังเกิดการแข่งขันกันค่อนข้างสูง

ความหมายของ Personalized Marketing คือ การนำเสนอ การทำการตลาดแบบดิจิทัล ซึ่งนำเสนอสินค้าหรือบริการต่างๆให้ตรงจุดกับความต้องการผู้บริโภคแต่ละคนมากที่สุด โดยไม่ต้องไปเสียเวลาในการเสนอสินค้าชนิดเดียวกันให้กับทุกคน แต่จะเน้นการเจาะจงไปที่กลุ่มหรือบุคคลที่เหมาะกับสินค้าหรือบริการของเรามากที่สุดและกลยุทธ์แบบนี้ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสัมพันธ์ของแบรนด์ที่มีต่อลูกค้าอีกด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับยุคเทคโนโลยีสื่อในปัจจุบันที่สามารถทำอะไรได้มากกว่า Mass Marketing และความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องการอะไรสักอย่างที่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้จริงๆ

ซึ่งในทางปฏิบัติการทำการตลาดด้วยวิธีนี้ก็ไม่ได้มีอะไรยาก โดยต้องเริ่มต้นจากการสร้างความปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อให้เราสามารถรับรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม เพื่อที่จะนำผลรวมที่ได้มาวิเคราะห์และค้นหาสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจากแบรนด์ของเรา และเมื่อได้ผลวิเคราะห์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายในทางธุรกิจคือพยายามหาวิธีปรับแบรนด์สินค้าเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มให้มากที่สุด

สาเหตุที่ทำให้การตลาดต้องปรับปรุงการตลาดจากแบบ Mass Marketing มาเป็นแบบ Personalized Marketing นั้น มีปัจจัยอยู่หลายอย่าง เช่น

1.การผลิตสินค้าหรือบริการขึ้นมาแบบเดียวซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหลายๆกลุ่มนั้นไม่ประสบความสำเร็จสำหรับในยุคปัจจุบันอีกต่อไป เนื่องจากผู้บริโภคแต่ละคนต่างต้องการแสวงหาสิ่งที่ตอบโจทย์กับความต้องการและเข้าถึงตัวเองให้ได้มากที่สุด

2.เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมากและเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถที่จะเข้าถึงผู้บริโภครายบุคคลได้มากยิ่งขึ้น เช่น การส่ง EMS , Website , บล็อกต่างๆ ที่สามารถส่งข้อมูลต่างๆผ่านทางผู้บริโภคได้โดยทางตรงและสามารถเลือกกลุ่มคนที่จะเข้าถึงได้อีกด้วย

กลยุทธ์การตลาดแบบ Personalized Marketing นอกจากจะเข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุดแล้ว ยังทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจมากขึ้น และนอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ของลูกค้าให้เชื่อมโยงกับธุรกิจได้มากขึ้นด้วย หากใครที่กำลังต้องการไอเดียในการจัดการ วางแผนธุรกิจของคุณให้ได้รับผลตอบลัพธ์ที่ดี  ขอบอกเลยว่าหากได้ลองนำกลยุทธ์ดีๆแบบนี้ไปปรับใช้ละก็ ธุรกิจของคุณคงนั้นคงมีแต่ปังและไม่มีแป้ก อย่างแน่นอน

 

 

ขอขอบคุณแหลงที่มา : graphicbuffet.co.th

 

ริษัท โมบิ จำกัด ผู้ให้บริการโมบายแอพสำเร็จรูป Mobinster (Mobinster Mobile App) (บริษัทในเครือดีมีเตอร์ไอซีที) 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!

 02-675-9371
 092-262-9475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 092-262-6390 

 support@mobinster.com

Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

6 เทคนิค ส่งเสริมการขายให้ธุรกิจรุ่ง

สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ หรือแม้กระทั่งมือเก่าที่กำลังมองหาวิธีกระตุ้นยอดขายให้ดีขึ้น  โดยทั่วไปแล้วมีวิธีการหลากหลายมากมายสำหรับตัวช่วยธุรกิจ แต่ในวันนี้เราขอเสนอ 6 เทคนิคเด็ดๆ ส่งเสริมการขายให้กับธุรกิจ นอกจากจะช่วยกระตุ้นยอดขายแล้ว ยังสามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลับมาซื้อหรือใช้บริการซ้ำอีกด้วย

1. ส่งเสริมการขาย ด้วยป้ายสะดุดตา

แน่นอนว่าป้ายโฆษณาที่ใหญ่ เห็นได้ชัดเจนแต่ไกล ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา ไม่ว่าจะเป็นป้ายร้าน ป้ายราคาขนาดใหญ่ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่ป้ายบอกสรรพคุณ ป้ายประชาสัมพันธ์สินค้านั้นๆ แอบกระซิบว่าต้องอาศัยเทคนิคการใช้คำ การเล่นคำ หรือแม้แต่ Art Work การเลือกใช้สี การออกแบบที่โดดเด่นสะดุดตา

Image result for komonoya

                                                                                 ร้าน KOMONOYA ป้ายราคาเด่นสะดุดตา

2. ของแถมล่อตาล่อใจ

ไม่ว่าใครก็ชอบของแถม วิธีนี้เป็นสุดยอดในหนึ่งวิธีการส่งเสริมการขายที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะวิธีนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าซื้อแล้วคุ้มค่า แม้อาจจะไม่ได้เป็นของที่ต้องการซะทีเดียว สำหรับการแถมก็มีตั้งแต่ซื้อ 1 แถม 1 , ซื้อ 1 แถม 2, ซื้อ 2 แถม 1 โดยสินค้าอาจจะสัมพันธ์หรือไม่สัมพันธ์กับสินค้าที่ต้องการจะแถมก็ได้ เช่น ซื้อน้ำ 1 เมนู แถมฟรีขนมปัง 1 ชิ้น  อีกวิธีหนึ่งอาจจะเป็นการให้ลูกค้าร่วมสนุก เล่นกิจกรรมกับทางร้าน กดไลค์ กดแชร์ หรือเช็คอินเป็นต้น  เพื่อแลกของรางวัลจากทางร้าน  แล้วรับสิทธ์ซื้อสินค้าราคาพิเศษก็ได้ เป็นการโปรโมทร้านไปในตัวด้วยนะ

S__8618001

3. ลดราคากระตุ้นความอยาก

เทคนิคการลดราคานี้ก็วิธีที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะจะทำให้เกิดความจูงใจในการซื้อสินค้ามากขึ้น และถ้าหากร้านมีการลดราคาเป็นประจำ จะทำให้มีลูกค้าประจำระยะยาว ซึ่งการลดราคาบางร้านก็มีเทคนิคต่างกันออกไป เช่น บางร้านต้องการเพิ่มยอดขายในวันธรรมดา ก็มีโปรโมชั่น ลด 25% ทุกวันอังคาร หรือบางร้านต้องการเพิ่มยอดขายในช่วงกลางเดือน ก็มีโปรโมชั่นลดเพียง วันที่ 14 – 16 ของเดือน แค่ 3 วันเท่านั้น ที่คุณจะได้สินค้าราคาพิเศษ เป็นต้น

Image result for ลดราคาทุกวันพุธ

4. ส่งเสริมการขายผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีบทบาทให้ชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก ดังนั้นห้ามพลาดที่จะมีการสื่อสารหรือโปรโมทสินค้าของธุรกิจให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ซึ่งสามารถสร้างกลุ่มลูกค้าออนไลน์ได้อีกด้วย การที่ร้านของคุณมีโซเชียลมีเดียจะทำให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้า ดูราคา ติดตามโปรโมชั่น ข่าวประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ จากทางร้านได้ง่ายยิ่งขึ้น เทคนิคส่งเสริมการขายในโซเชียลมีเดียนี้มีหลายรูปแบบให้ร้านค้าของคุณได้เลือก ตัวอย่างเช่น  ให้ลูกค้ากดไลค์แฟนเพจทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ของร้านเพื่อรับส่วนลดในการซื้อสินค้าภายในร้าน หรือจะเป็นให้ลูกค้าแอดไลน์ (LINE) ของร้านค้าเพื่อรับของของสมนาคุณจากทางร้าน เป็นต้น

Image result for กดไลค์ร้าน

5. บัตรสะสมแต้มสุดว้าว

เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในธุรกิจต่างๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถทำให้เกิดลูกค้าประจำและเกิดโอกาสที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟ ซื้อ 1 แก้ว รับ 1 แต้ม หรือ ซื้อครบ 100 บาท แลกได้ 1 แต้ม แล้วเเต่ความเหมาะสมของประเภทธุรกิจ  เมื่อสะสมแต้มครบจำนวนก็นำแต้มแลกของรางวัลจากทางร้านที่น่าสนใจ เพื่อวิธีเพิ่มแรงจูงใจให้ลูกค้าเรานั่นเอง
ดูเพิ่มเติม >> “สะสมแต้ม” กลยุทธ์การตลาดยอดฮิตเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

6. ห้ามพลาดกับโอกาสพิเศษ

ห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อถึงโอกาสพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันเปิดร้านวันแรก , ฉลองวันครบรอบร้าน, วันเกิดเจ้าของร้าน, วันปีใหม่, วันพ่อ, วันแม่ หรือแม้กระทั่งวันเกิดของลูกค้านั่นเอง ที่เราบอกว่าห้ามพลาดก็คือ เมื่อถึงโอกาสต่าง ๆ เหล่านี้ ให้ร้านค้าต่าง ๆ จัดโปรโมชั่นพิเศษสุด ๆ สำหรับโอกาสพิเศษเพื่อเป็นการ ส่งเสริมการขาย ของร้าน และเพื่อเป็นการสร้างความประทับใจในระยะยาวในกับร้านอีกด้วย วิธีนี้ร้านค้านิยมใช้กันมาก เพราะนอกจากที่จะเป็นการส่งเสริมการขาย การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า อย่างที่เราบอกในข้างต้นแล้ว ยังทำให้ลูกค้าเกิดการรอคอยเพื่อที่จะกลับมาซื้อสินค้าในร้านของคุณในโอกาสพิเศษต่อไปเรื่อย ๆ อีกด้วย

Image result for ชาตรามือ FB

ขอขอบคุณแหล่งที่มา: thaismescenter.com

บริษัท โมบิ จำกัด ผู้ให้บริการโมบายแอพสำเร็จรูป Mobinster (Mobinster Mobile App) (บริษัทในเครือดีมีเตอร์ไอซีที) 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!

 02-675-9371
 092-262-9475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 092-262-6390 

 support@mobinster.com

Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

"สะสมแต้ม" กลยุทธ์การตลาดยอดฮิตเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

ปัจจุบันกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญก็คือ วิธีการรักษาฐานข้อมูลลูกค้าของธุรกิจเรา ซึ่งหนึ่งกลยุทธ์ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันคือ วิธีการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล โดยจะพบได้ในธุรกิจที่มีการซื้อบ่อย ซื้อซ้ำ รวมถึงธุรกิจบริการ ที่ลูกค้ามักจะกลับมาใช้บ่อยเป็นประจำ เช่น ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ร้านกาแฟ ปั๊มน้ำมัน สโมสรสระว่ายน้ำ สปา เป็นต้น ซึ่งแต่ละธุรกิจก็จะมีกลยุทธ์การสะสมแต้มที่แตกต่างกันไป ซึ่งเครื่องมือการตลาดรูปแบบนี้เรียกว่าการตลาดแบบ Below-the-Line เป็นการให้ลูกค้าได้รับแต้มสะสมจากการซื้อหรือใช้บริการเพื่อแลกของรางวัล เป้าหมายก็คือความต้องการให้เกิดการซื้อซ้ำ ซื้อบ่อย และต้องการให้ลูกค้าติดหรือจงรักภักดีต่อแบรนด์ของเรา ไม่เปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าของคู่แข่ง วิธีนี้เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจกลับมาซื้อเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน

 

รูปแบบการสะสมแต้ม

วิธีการสะสมแต้มมีหลายรูปแบบ ซึ่ง Mobinster ของเรา มีให้เลือกถึง 2 รูปแบบ ซึ่งสามารถเลือกให้เข้ากับธุรกิจได้ ส่วนวิธีการใช้งานนั้นง่ายไม่ซับซ้อน

1. การสะสมแต้มแบบ Item base หากเคยสังเกตจะเห็นการสะสมแต้มประเภทนนี้ตามร้านกาแฟซึ่งเป็นที่นิยมมาก คือการให้บัตรสะสมแต้มกระดาษลูกค้าและแสตมป์ตราลงไปในการซื้อแต่ละหนึ่งเมนูหรือแต่ละครั้งก็แล้วแต่ เมื่อครบจำนวนแสตมป์ที่กำหนดไว้ภายในเวลากำหนด ก็สามารถแลกรางวัลตามที่ทางร้านกำหนดไว้ ซึ่งปัจจุบันมักพบปัญหาบัตรหายหรือลืมนำบัตรมา ทำให้ตัวลูกค้าเองเสียผลประโยชน์ Mobinster จะทำให้หมดกับปัญหานี้ เพราะเราสามารถเปลี่ยนบัตรสะสมแต้มกระดาษธรรมดากลายเป็นบัตรสะสมแต้มออนไลน์ที่ไปปรากฏในโมบายแอพของร้านบนหน้าจอมือถือลูกค้า

ITEM BASE

2. การสะสมแต้มแบบ Price Base เป็นการสะสมจากราคารวมของแต่ละใบสร็จ เช่น ซื้อครบทุกๆ 100 บาท ได้ 1 แต้ม การสะสมแต้มประเภทนี้ เหมาะกับธุรกิจที่มีราคาหลากหลาย เช่น ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายรองเท้า เป็นต้น

PRICE BASE

 

ของรางวัลสร้างแรงจูงใจ

การเลือกของรางวัลสะสมแต้มมีให้เลือกหลายรูปแบบ รูปแบบที่1 เป็นสินค้าใช้ของร้านของเราที่มีอยู่แล้ว หรืออาจจะเป็นสินค้าใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าทางร้านก็ได้ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าเลือกใช้กลยุทธ์การสะสมแต้ม โดยของรางวัลเป็นเสื้อยืด หรือตุ๊กตาก็ได้ โดยอาจเป็นของตามเทศกาลหรืออาศัยความต้องการและการสังเกตพฤติกรรมการของลูกค้า รวมถึงการคำนึงว่าของรางวัลนั้นสร้างแรงจูงใจในการสะสมแต้มได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งเป็นการกระตุ้นยอดขายได้ไม่มากก็น้อย รูปแบบที่2 เป็นการนำแต้มมาใช้เป็นส่วนลดสินค้าของร้าน ภายในระยะเวลาแคมเปญของร้านที่กำหนดไว้

Tips: พยายามให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการแลกของรางวัลตามใจชอบ ของรางวัลต้องหลากหลาย

 

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา: scbsme.scb.co.th

บริษัท โมบิ จำกัด ผู้ให้บริการโมบายแอพสำเร็จรูป Mobinster (Mobinster Mobile App) (บริษัทในเครือดีมีเตอร์ไอซีที) 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!

 02-675-9371
 092-262-9475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 092-262-6390 

 support@mobinster.com

Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

12 สมาร์ทโฟน”น่าจับตา” ในปี 2017

เขียนโดย:

มาดูกันว่า ในปี 2018 จะมีสมาร์ทโฟนรุ่นใดน่าจับตามองกันบ้าง และการมาถึงของกระแสหน้าจอไร้ขอบและกล้องหลังคู่ จะเปลี่ยนแปลงดีไซน์ของสมาร์ทโฟนไปอย่างไร

12. Sony Xperia XZ Premium (รุ่นปี 2018)

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงซัมเมอร์ 2018

 

ในปี 2017 ที่ผ่านมา Xperia XZ Premium ได้สร้างความประหลาดใจด้วยหน้าจอ LCD ระดับ 4K ขนาด 5.5 นิ้ว แต่ดีไซน์ยังเป็นรูปแบบพิมพ์นิยมของ Sony อยู่ ดังนั้นในปี 2018 จึงมีความเป็นไปได้ว่า Xperia XZ Premium จะมีหน้าจอแบบไร้ขอบ

11. Xiaomi Mi Mix 3

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2018

 

Xiaomi เริ่มขยายตลาดเข้าสู่ยุโรปอย่างเงียบๆ โดย Mi Mix และ Mi Mix 2 ได้สร้างกระแสฮือฮาด้วยหน้าจอสุดขอบที่สวยงามกว่าแบรนด์ใด (จริงๆแล้ว Xiaomi เป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอไร้ขอบด้วย) อีกทั้งราคาก็ไม่แพงมากนักด้วย นั่นให้มีความเป็นไปได้ว่า Mi Mix 3 จะได้รับการอัปเกรดสเปคและปรับราคาขึ้นมาอีกเล็กน้อย

10. Nokia 9

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2018
 

สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นต่อไปของ HMD Global คาดว่าจะได้รับการอัปเกรดกล้องหลังที่ใช้เลนส์ Zeiss

9. Huawei P11 และ Mate 11

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง 2018
 

Huawei เป็นแบรนด์ที่รู้จักกันดีในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก โดยเน้นการพัฒนาด้านกล้องร่วมกับ Leica และชิปเซ็ตที่รองรับการทำงานร่วมกับ AI จึงทำให้เป็นที่น่าสนใจว่า ตระกูล P และ Mate รุ่นต่อไปจะได้รับการพัฒนาไปในรูปแบบใด

8. Moto Z3 Force

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงซัมเมอร์ 2018

 

Motorola มีสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจหลายรุ่น ทั้งตระกูล G ที่มีราคาถูก, ตระกูล X ที่เป็นรุ่นกลาง และตระกูล Z ที่เป็นรุ่นพรีเมียม และสำหรับ Moto Z3 Force ที่จะเปิดตัวในปี 2018 ก็คาดว่าจะมีบอดี้ที่แข็งแรงมากขึ้น, หน้าจอแบบ ShatterShield และโมดูลเสริมเจ๋งๆอีกมากมาย

7. Essential Phone 2

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงซัมเมอร์ 2018

 

นี่คือผลงานการออกแบบของ แอนดี รูบิน ผู้ให้กำเนิดระบบปฏิบัติการ Android โดยเน้นความพรีเมียม, ระบบปฏิบัติการที่สะอาด และกล้องระดับสุดยอด

6. HTC U12

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2018

 

ถึงแม้จะมีปัญหาด้านการเงิน แต่ HTC ก็ยังพัฒนาสมาร์ทโฟนคุณภาพดีออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จาก U11 ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก และสำหรับ U12 ในปี 2018 ก็คาดว่าจะมีหน้าจอแบบไร้ขอบ และอินเทอร์เฟซ Sense UI ที่พัฒนามากขึ้นกว่าเดิม

5. LG G7 และ V40

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง 2018

 

LG ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ V30 ที่ตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับ LG และสำหรับในปี 2018 ก็คาดวาจะมีรุ่นเล็กอย่าง G7 ที่จะเปิดตัวก่อน และรุ่นพรีเมียมอย่าง V40 ก็จะเปิดตัวในช่วงครี่งหลังของปี 2018

4. OnePlus 6 และ 6T

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงซัมเมอร์ 2018
 

 
OnePlus ประสบความสำเร็จอีกครั้งกับ OnePlus 5 และ 5T ด้วยสเปคระดับพรีเมียม แต่ราคาถูกมาก และในปี 2018 ก็คาดว่า OnePlus 6 และ 6T จะได้รับการพัฒนากล้องหลังให้ดีมากยิ่งขึ้น

3. Google Pixel 3 และ 3 XL

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2018

 

Pixel ของ Google ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสาวก Android ที่ชื่นชอบ Nexus อยู่เป็นทุนเดิม โดย Pixel นั้น มาพร้อมกับสเปคระดับพรีเมียม และรองรับการอัปเดทระบบปฏิบัติการล่าสุดอย่างต่อเนื่อง (หาได้ยากมากจากสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น) อีกทั้งยังมีกล้องหลังที่ทรงประสิทธิภาพด้วย และนั่นทำให้เหล่าแฟนๆ Android ต่างตั้งตารอ Pixel 3 และ 3 XL ที่คาดว่าจะได้รับการพัฒนาด้าน AI, แบตเตอรี่ และกล้องให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และหวังว่าจะมีวางจำหน่ายในประเทศอื่นด้วย

2. Samsung Galaxy S9 และ Note 9

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง 2018
 

Samsung เป็นสมาร์ทโฟนฝั่ง Android ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และในปี 2018 ก็จะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือภายในหน้าจอของ Galaxy S9 และ S9+ เป็นรุ่นแรกอีกด้วย

1. Apple iPhone Xs, 8s และ 8s Plus

คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2018

 

Apple ได้เปิดตัว iPhone X ด้วยราคาที่สูงถึง 1,000 เหรียญ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากผู้ใช้อย่างล้นหลาม และในปี 2018 ก็คาดว่าจะมีรุ่นถัดมาที่อาจเรียกว่า iPhone Xs รวมถึง iPhone 8s และ 8s Plus ที่มีข่าวลือว่าจะมีดีไซน์เหมือนกับ iPhone X ด้วย

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena, beartai.com

บริษัท โมบิ จำกัด ผู้ให้บริการโมบายแอพสำเร็จรูป Mobinster (Mobinster Mobile App) (บริษัทในเครือดีมีเตอร์ไอซีที) 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!

 02-675-9371
 092-262-9475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 092-262-6390 

 support@mobinster.com

Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

ตอนนี้หลายคนสงสัยว่าทำไมตั้งแต่อัพเวอร์ชั่นของ IOS แล้ว เครื่องโทรศัพท์ไอโฟนทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด จริงๆ แล้วมันมีเหตุครับ ซึ่งข้อมูลของคุณ Patspri ในคอลัมม์ Apple ยอมรับ แอบปรับลดความเร็วการทำงานของ iPhone รุ่นเก่าให้ช้าลงกว่า 50% อ้างเพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น ได้เขียนอธิบายไว้อย่างน่าสนใจครับ
 
 
 ผู้ใช้ iPhone รุ่นเก่าๆ คงจะเคยรู้สึกกันบ้างว่านานวันเข้าทำไมสมาร์ทโฟนของตัวเองยิ่งประมวลผลช้าลงเรื่อยๆ โดยหลายๆ คนโทษว่าเป็นเพราะการอัพเดท iOS เวอร์ชันใหม่ๆ หรือลงโมบายแอพมากเกินไป แล้วฮาร์ดแวร์รับไม่ไหว แต่เหตุการณ์มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อผู้ใช้งาน Reddit ได้พบว่า Apple นั้นได้ปรับลดการทำงานของ CPU ของ iPhone 6 ที่เขาใช้งานลงเหลือเพียง 600 MHz หลังจากอัพเดทเป็น iOS เวอร์ชั่นล่าสุด
 
View image on TwitterView image on Twitter
 

So it’s true Apple intentionally slow down old iPhones. Proof: My iPhone 6 was bought 3years ago and recently got really slow. APP ‘CPU DasherX’ shows iPhone CPU is under clocked running at 600MHz. After a iPhone battery replacement. CPU speed resumed to factory setting 1400MHz.

 
 

ภาพจาก twitter ด้านบนแสดงให้เห็นผลการทดสอบของ iPhone 6 หลังจากอัพเดทเป็น iOS 10.2.x ที่เค้าสังเหตุเห็นความผิดปกติว่าเครื่องมันทำงานช้าลงกว่า 50% โดยลดการทำงานของ CPU จาก 1.4 GHz ลงมาเหลือเพียง 600 MHz เท่านั้น แต่พอเขาเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ iPhone 6 ของเขาก็กลับมาทำงานที่ความเร็วเต็มสปีด 1.4 GHz เหมือนเดิม

จากการค้นพบเรื่องนี้ใน Reddit ทำให้ John Poole ผู้พัฒนาแอปทดสอบประสิทธิภาพ CPU อย่าง Geekbenchได้ทำการทดสอบ iPhone หลายรุ่น และพบว่า Apple ได้มีการตั้งค่าเอาไว้ว่าหากแบตเตอรี่ของ iPhone เริ่มเสื่อมหรือเก็บประจุได้น้อยลง ก็จะลดการทำงานของ CPU ลงไปด้วย และ John Poole ก็ไม่เข้าใจว่า Apple ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร เพราะมันไม่เกิดผลดีเลยสักนิด จริงอยู่ว่าอาจจะถือใช้งานในแต่ละวันได้นานขึ้น แต่ความช้าความอืดก็ทำให้ผู้ใช้งานไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีเช่นกัน

 

ผล Benchmark ของ iPhone 6 ก่อน-หลังเปลี่ยนแบตเตอรีใหม่ Cr. TeckFire

อ่านมาถึงตรงนี้คงจะเริ่มงงกันแล้วว่าแบตเตอรีมันไปเกี่ยวกับส่วนการประมวลผลได้ยังไง อย่างที่รู้กันว่าเมื่อเราใช้สมาร์ทโฟนไปได้เป็นระยะเวลานึง แบตเตอรีจะค่อยๆเสื่อมสภาพลงและมีความจุลดลงเรื่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาระยะเวลาการใช้งานให้ใช้ได้ยาวนานขึ้น Apple จึงตัดสินใจไปลด clock speed ของ CPU ลงเพื่อประหยัดพลังงาน วิธีการแก้จริงๆก็ไม่ยากอะไรนัก แค่เอา iPhone ไปเปลี่ยนแบตก็จะกลับมาทำงานดังเดิม ซึ่งเมื่อแบตเสื่อมทาง Apple ก็มีแจ้งเตือนแนะนำผู้ใช้ว่าให้เอาไปเปลี่ยนแบต แต่ปัญหาคือการแจ้งเตือนนี้ทาง Apple ไม่ได้บอกเรื่องการลดประสิทธิภาพของ CPU ลงด้วย แม้ว่าการปรับแต่งนี้จะทำให้แบตอยู่ได้นานขึ้น แต่เครื่องอืดก็มีผลต่อการใช้งานทั้งหมดเช่นกัน โดยที่เราไม่ได้ยินยอมและรับทราบด้วย

ถ้าใครเจอแจ้งเตือนแบบนี้ก็เตรียมไปเข้าศูนย์เปลี่ยนแบตกันได้ ก่อนที่เครื่องจะอืดๆหน่วงๆ

ล่าสุดทาง Apple ได้ออกมายอมรับกับ The Verge ว่าทำจริง ปรับลดความเร็วการทำงานของ CPU จริง ในตอนนี้ใครที่ใช้ iPhone 6, 6s, SE ที่แบตเริ่มเสื่อมแล้วอัพเดทเป็น iOS 10.2.x ก็จะโดนปรับลดการทำงานของ CPU ทันที

Our goal is to deliver the best experience for customers, which includes overall performance and prolonging the life of their devices. Lithium-ion batteries become less capable of supplying peak current demands when in cold conditions, have a low battery charge or as they age over time, which can result in the device unexpectedly shutting down to protect its electronic components.

Last year we released a feature for iPhone 6, iPhone 6s and iPhone SE to smooth out the instantaneous peaks only when needed to prevent the device from unexpectedly shutting down during these conditions. We’ve now extended that feature to iPhone 7 with iOS 11.2, and plan to add support for other products in the future. – Apple to The Verge

และยังยืนยันว่าจะทำต่อไป โดยย้ำว่าเป็นฟีเจอร์ของ iOS ใครที่ใช้ iPhone 7 แล้วแบตเริ่มเสื่อม ก็เตรียมตัวโดนปรับลดความเร็ว CPU กันได้ใน iOS 11.2 ดังนั้นวิธีการแก้ก็คือต้องไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ครับ

 

ที่มา: Droidsan.comThe VergeGSMArena

 
 

บริษัท โมบิ จำกัด ผู้ให้บริการโมบายแอพสำเร็จรูป Mobinster (Mobinster Mobile App) (บริษัทในเครือดีมีเตอร์ไอซีที) 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!

 02-675-9371
 092-262-9475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 092-262-6390 

 support@mobinster.com

Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

หลายคนสงสัยว่า Mobile Application หรือโมบายแอพคืออะไร ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นสิ่งที่อยู่ในเทรนด์ของธุรกิจเลยทีเดียว 

Mobile Application ประกอบขึ้นด้วยคำสองคำ คือ Mobile กับ Application มีความหมายดังนี้ Mobile คืออุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ในการพกพา ซึ่งนอกจากจะใช้งานได้ตามพื้นฐานของโทรศัพท์แล้ว ยังทำงานได้เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่พกพาได้จึงมีคุณสมบัติเด่น คือ ขนาดเล็กน้ำหนักเบาใช้พลังงานค่อนข้างน้อย ปัจจุบันมักใช้ทำหน้าที่ได้หลายอย่างในการติดต่อแลกเปลี่ยนข่าวสารกับคอมพิวเตอร์ สำหรับ Application หมายถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้เพื่อช่วยการทำงานของผู้ใช้ (User) โดย Application จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (User Interface หรือ UI) เพื่อเป็นตัวกลางการใช้งานต่าง ๆ

    Mobile Application เป็นการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์มือถือแท็บเล็ตโดยโปรแกรมจะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งยังสนับสนุน ให้ผู้ใช้โทรศัพท์ได้ใช้ง่ายยิ่งขึ้น ในปัจจุบันโทรศัพท์มือ หรือ สมาร์ทโฟน มีหลายระบบปฏิบัติการที่พัฒนาออกมาให้ผู้บริโภคใช้ ส่วนที่มีคนใช้และเป็นที่นิยมมากก็คือ ios และ Android จึงทำให้เกิดการเขียนหรือพัฒนา Application ลงบนสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก อย่างเช่น แผนที่, เกมส์, โปรแกรมคุยต่างๆ และหลายธุรกิจก็เข้าไปเน้นในการพัฒนา Mobile Application เพื่อเพิ่มช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้ามากขึ้น ตัวอย่าง Application ที่ติดมากับโทรศัพท์ อย่างแอพพลิเคชั่นเกมส์ชื่อดังที่ชื่อว่า Angry Birds หรือ facebook ที่สามารถแชร์เรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความรู้สึก สถานที่ รูปภาพ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้โดยตรงไม่ต้องเข้าเว็บบราวเซอร์

        Mobile Application เหมาะสำหรับธุรกิจและองค์กรต่างๆในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงขยายการให้บริการผ่านมือถือ สะดวกง่าย ทุกที่ ทุกเวลา ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ เช่น Mobile Application for Real Estate : โมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ ใช้ในการเก็บข้อมูลลูกค้า การจอง การขายบ้าน คอนโด ที่ดิน

ภาพที่1 : แอพพลิเคชั่นสำหรับอสังหาริมทรัพย์
ที่มา : บริษัท เทรคอน (เว็ปไซค์จำกัด

Mobile Application for Tourism: โมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับการท่องเที่ยว โรงแรม บริษัททัวร์ สามารถดูข้อมูล จองที่พักได้ รวมถึงกลุ่ม MICE ที่สามารถจัดทำระบบการลงทะเบียน การชำระเงิน ข้อมูลการประชุม สัมมนา นิทรรศการ

ภาพที่2 : แอพพลิเคชั่นสำหรับการท่องเที่ยว
ที่มา : Colleges & Campus News

 Mobile Application for Restaurant :โมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านไวน์ นำเสนอเมนูอาหารรูปแบบใหม่

สร้างความแตกต่างและทันสมัย

ภาพที่ 3 : แอพพลิเคชั่นสำหรับภัตตาคาร
ที่มา : McDonald’s launches new mobile app in WA


Mobile Application for Retail or Wholesaleโมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับการขายสินค้า หรือ บริการ ทั้งแบบค้าปลีก ค้าส่ง ตัวแทนจำหน่าย หรือขายผ่านพนักงานขาย

 
  

ภาพที่ 4 : แอพพลิเคชั่นสำหรับการขายสินค้า
ที่มา : Tesco Lotus Money Service

Mobile Application for Education : โมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับการศึกษา สถาบันการศึกษา ห้องสมุด 

ศูนย์ฝึกอบรม สามารถจัดทำสื่อการสอน การจัดทำบทเรียน

      

   ภาพที่ 5 : แอพพลิเคชั่นสำหรับการศึกษา
ที่มา : สุดยอด “แอพพลิเคชันเพื่อการศึกษา” มาแรงบน iPad ปี 2013


หรือระบบ Learning Management System Mobile Application for Healthcare : สำหรับบริการทางการแพทย์
สาธารณสุข ในการให้คำปรึกษาทางไกล

ภาพที่ 6 : แอพพลิเคชั่นเพื่อสุขภาพ
ที่มา : DoctorMe แอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพ

ระบบ Mobile Application for Logistics, Mobile Application for Government :สำหรับหน่วยงานราชการในการนำเสนอฐานข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรม บริการต่างๆของหน่วยงานในรูปแบบทันสมัยมากขึ้น เป็นต้น

ภาพที่ 7 : แอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับการขนส่ง

หลายคนอาจจะสนใจอยากจะมีโมบายแอพเป็นของตัวเอง แต่ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร ก็มีสองวิธีครับคือ 1) จ้างคนอื่นพัฒนา ซึ่งจะใช้เวลาและมีต้นทุนที่สูง และ 2) ใช้โมบายแอพสำเร็จรูป ต้นทุนจะต่ำกว่ามาก และสามารถมีโมบายแอพของตนเองได้อย่างรวดเร็ว

อ้างอิง : Manufacturing & Logistics Mobile Apps: Nearly 80% of Manufacturers to Develop Mobile Application this Year

บริษัท โมบิ จำกัด ผู้ให้บริการโมบายแอพสำเร็จรูป Mobinster (Mobinster Mobile App) (บริษัทในเครือดีมีเตอร์ไอซีที) 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!

 02-675-9371
 092-262-9475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 092-262-6390 

 support@mobinster.com

Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน