บล็อก

ผู้บริโภคปัจจุบัน ต่างคนก็ต่างมีสื่ออยู่ในมือ และพร้อมที่จะแสดงความคิดเห็นได้ทุกเมื่อ ถ้าถูกใจก็แสดงออกชื่นชม แต่ถ้าไม่ถูกใจหรือไม่ประทับใจละก็ ทีนี้ล่ะน่ากลัวชะมัด เพราะแค่ความคิดเห็นด้านลบต่อแบรนด์เพียงไม่มีคน ก็สามารถสร้างความหายนะให้กับแบรนด์ได้เลย เพราะเหตุนี้ทางแบรนด์และธุรกิจจำเป็นจะต้องเรียนรู้ VOC หรือ VOICE OF CUSTOMER เพื่อที่จะรับมือปัญหาและความคิดเห็นต่างๆที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านลบต่อแบรนด์ด้วย ทีนี้แหละ MOBINSTER จะพาทุกท่านมารู้จักว่าลูกค้าประเภทไหนที่แบรนด์ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

อันดับแรก เราต้องรู้ก่อนว่า ลูกค้ามีกี่กลุ่ม กี่ระดับ และจะมีวิวัฒนาการหรือสิ่งที่น่าจะเป็นต่อไปอย่างไรบ้าง ซึ่งถ้าเรารู้จักลูกค้าเหล่านั้นเจอ ก็จะง่ายต่อการจัดการพัฒนาความสัมพันธ์และบริหารความคิดเห็นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

         1. กลุ่มคนที่คาดหวังว่าจะเป็นลูกค้า (Suspects) ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ ที่อาจจะซื้อสินค้าหรือบริการ

         2. กลุ่มคนที่มีความคาดหวังในสินค้าหรือบริการ (Prospects) หมายถึงกลุ่มคนที่มีความสนใจในตัวสินค้าหรือบริการ และมีศักยภาพหรืออำนาจในการซื้อสินค้าหรือบริการ

         3. กลุ่มผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ (Customer) ซึ่งหมายความว่า จะต้องมีการซื้อสินค้าหรือบริการแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง และพอใจในสินค้าหรือบริการนั้นๆ จนอาจเกิดการซื้อซ้ำ

         4. กลุ่มลูกค้าที่มีการซื้อสินค้าหรือบริการเป็นประจำ (Clients) โดยไม่จำกัดปริมาณหรือจำนวนครั้ง หากมีการซื้อซ้ำ องค์กรจะต้องดูแลและพยายามเข้าถึงลูกค้าเหล่านี้เพื่อรักษาและสร้างความรู้สึกดีๆ กับองค์กร

        5. กลุ่มลูกค้าที่มีการสนับสนุนหรือเป็นสมาชิก (Supporters/Members) จากลูกค้าประจำซึ่งมีความสม่ำเสมอในการซื้อสินค้า จนกลายเป็นสมาชิก ซึ่งอาจจะมีผลประโยชน์หรือสิทธิพิเศษบางอย่างตอบแทนแก่ลูกค้าที่สมัครสมาชิกเหล่านี้

        6. กลุ่มลูกค้าที่มีอุปการคุณ (Advocates) หมายถึงลูกค้าที่มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ แนะนำสินค้าหรือบริการให้กับผู้อื่น หรือบอกต่อถึงความรู้สึกดีๆ เกี่ยวกับสินค้าที่ใช้ หรือบริการที่ได้รับกับคนทั่วไป

        7. กลุ่มลูกค้าที่เป็นหุ้นส่วน (Partners) ซึ่งจะมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นมากที่สุด ลูกค้าจะมีปฎิสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ กับสินค้าและบริการค่อนข้างมาก และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

ถ้าลองจำแนกอย่างดีแล้ว จะเห็นว่ากลุ่มลูกค้าที่อยู่ระดับ 3 ขึ้นไป ค่อนข้างที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ ถ้าเราไม่ใส่ใจเขามากพอหรือได้รับการบริการที่ไม่น่าพึงพอใจ หรือไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมแล้วอาจส่งผลเสีียต่อแบรนด์มาก เพราะทุกๆเสียง และทุกความคิดเห็น ค่อนข้างจะมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคกลุ่มเดียวกันและอาจลามลงไปที่กลุ่ม1-2ซึ่งจะนำมาซึ่งความไม่มั่นใจในตัวสินค้าและบริการ และอาจทำให้ลูกค้าเหล่านั้นค่อยๆลดระดับลงไป

ถ้าแบรนด์สามารถแก้ไขปัญหาทุกเสียงและทุกความคิดเห็นต่างๆนำไปพัฒนา สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับลูกค้าและแบรนด์แล้ว แน่นอนว่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของลูกค้าได้เท่าตัว และสามารถช่วยให้กลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มไต่ไล่ระดับได้เร็วยิ่งขึ้น  

แต่ถ้าอยากได้ตัวช่วยดีๆก็คลิกเลย www.mobinster.com ทำแอพพลิเคชันของแบรนด์คุณ ที่ใช้ทำการตลาดและ ดูแลกลุ่มลูกค้าได้ทั่วถึง ทีนี้ล่ะการจัดการก็จะง่ายขึ้นแน่นอน

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก :thaimarketing.in.th

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป
 02-675-9371  092-262-0475
 support@mobinster.com
Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ MOBINSTER  เราให้บริการแพลตฟอร์ม Mobile App สำเร็จรูปธุรกิจตั้งแต่ขนาดย่อมจนถึงขนาดกลาง สำหรับธุรกิจใดที่กำลังสนใจทำโมบายแอพให้ธุรกิจiราคาไม่แพง ฟังก์ชั่นใช้งานพร้อม มาลองดู Mobinster ก่อนได้เลยค่ะ 

“แพลตฟอร์ม Mobile App สำเร็จรูป” คืออะไร

คือ รูปแบบ Mobile App สำเร็จรูป ที่ทีมงานเราได้ทำการออกแบบให้ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน โดยอาศัยการวิเคราะห์มุมมองของลูกค้า (End User) ,มุมมองของร้านค้า จากประสบการณ์การซื้อขาย รวมถึง Feed Back จากผู้ประกอบการณ์หลายๆมุมมอง มาปรับแล้วเขียนออกมาเป็น “แพลตฟอร์ม Mobinster” ซึ่งข้อดีก็คือ เจ้าของธุรกิจสามารถแก้ไขข้อมูลหรือจะอัพข้อมูลบนโมบายแอพได้สะดวกด้วยตนเอง

 “แพลตฟอร์ม Mobinster”  เหมาะกับธุุรกิจประเภทใดบ้าง  

แพลตฟอร์ม ของ Mobinster จะเหมาะกับ ธุรกิจค้าปลีก หรือธุรกิจบริการ (ที่ให้บริการเป็นรายครั้ง) เช่น ธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ เสื้อผ้า เสริมสวย ทำเล็บ สปา เป็นต้น หรืออาจจะเป็นธุรกิจรูปแบบอื่น ถ้าสามารถนำ Mobinster ไป Adapt ได้ ก็ไม่มีปัญหาค่ะ 

 “แพลตฟอร์ม Mobinster”  มีทั้งหมดกี่รูปแบบ  

มี 1 รูปแบบ แต่ก็มีจะมีฟีเจอร์เสริมแต่ละ Package 

ขั้นตอนทำ Mobile App กับ Mobinster  มีอะไรบ้างนะ 

1. คุยรายละเอียด

ติดต่อหาเราโดยตรง เพื่อคุยถึงรายละเอียด รูปแบบขอธุรกิจ ว่าสามารถ Adapt แพลตฟอร์ม และ ธุรกิจคุณให้เข้ากันได้อย่างไร

2. เลือก Package

เลือก Package ตามความต้องการ ซึ่งแต่Package ก็จะมี features ที่แตกต่างกันออกไป

3. ลิสต์ข้อมูลที่ต้องเตรียม

ทีมงานจะList ข้อมูลที่ทางลูกค้าจะต้องส่งให้ทีมงานเบื้องต้น เช่น Logo ร้าน, Stamp Logo , ชือโดนเมนของร้าน เป็นต้น

4. ลงมือสร้าง App

ทีมงานจะนำข้อมูลที่ลูกค้าส่งมา นำมาสร้าง App

5. Build App

หลังจากทีมงานสร้าง App เสร็จแล้วก็จะนำ Mobile App ของคุณ Build ขึ้น App Store และ Play Store

6. App พร้อม Download

หลังจาก App ผ่าน Policy ทั้ง App Store และ Play Store แล้ว คุณสามารถดาวน์โหลด App พร้อมใช้งานได้เลย!

ทั้งหมดเป็นขั้นตอนการทำMobile Application กับ Mobinster แบบคร่าวๆนะคะ
นอกจากนี้ เรายังมี “บริการ Support ฟรี! ตลอดอายุสัญญา”  อีกด้วยค่ะ

ดูตัวอย่าง Mobile App ดาวน์โหลดเลย!

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป
 02-675-9371  092-262-0475
 support@mobinster.com
Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

าพประกอบ : ละครเมีย 2018

เสียทองท่วมหัว ไม่ยอมเสีย…ให้ใคร!

สวัสดีค่าา บทความนี้ Mobinster ขอเกาะกระแสนิดนึง กับละครเรื่อง “เมีย2018” ดูละครแล้วสามารถประยุกต์นำเป็นกรณีศึกษาธุรกิจได้เลยนะเนี่ย  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาเริ่มกันเลยค่าา หลายธุรกิจต่างต้องใช่ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่ ซึ่งอาจจะต้องใช้ต้นทุนมากกว่าในการรักษาฐานลูกค้าเก่าเสียอีก  ฉะนั้นไม่ควรมองข้ามสำหรับ “การให้ความสำคัญกับลูกค้าเก่า” เพราะธุรกิจจะอยู่รอดก็ต่อเมื่อมีลูกค้าเก่าคอยสนับสนุน ถ้ากลับมาอุดหนุนหลายครั้งและจะกลายเป็นลูกค้าประจำของร้าน  เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ย้อนกลับมาซื้อเรื่อยๆ นับว่าเป็นช่องทางที่เพิ่มรายได้ของธุรกิจได้ดีที่สุดก็ว่าได้ วันนี้ Mobinster มีเคล็ดลับง่ายๆ 6 ข้อมาฝากเหล่าเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ เพื่อจะได้ไอเดียนำไปปรับใช้กับร้านกันค่ะ

1.สานต่อความสัมพันธ์กับลูกค้าเสมอๆ

เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่เบสิคมาก เพราะการสร้างความสัมพันธ์สามารถเพิ่มความประทับใจและความรู้สึกดีๆให้ลูกค้าได้ เช่น คำอวยพรเทศกาลต่างๆ คำอวยพรวันเกิด การสนทนากับกลุ่มลูกค้่า ผ่านทาง Facebook E-mail SMS หรือ Notification  แค่นี้เขาจะรู้สึกว่าได้รับความดูแลและเอาใจใส่ให้เขาเป็นคนพิเศษของร้านคุณจริงๆ

2.มอบด้วยโปรโมชั่นดีๆและราคาพิเศษ

หลังจากที่ลูกค้ามาจับจ่ายใช้สอยร้านเราแล้ว อย่าลืมจัดสินค้าราคาพิเศษหรือเสนอโปรโมชั่นดีๆให้กับกลุ่มลูกค้าเก่าที่สามารถทำให้เกิดการชักชวนให้เขากลับมาซื้อซ้ำ หรือจะจัดให้มีการร่วมเล่นเกม นอกจากจะรักษาฐานลูกค้าเก่าได้แล้ว อาจแถมเพิ่มลูกค้าใหม่อีกด้วย

4.อัพเดพสินค้าไม่ให้ขาด

การอัพเดตสินค้าของคุณเป็นประจำผ่านช่องทางออนไลน์  ทำให้ร้านดูไม่ร้างและทำให้เห็นว่ามีการแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา  เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาคอยติดตามอัพเดตสินค้าจากทางร้านค้าของคุณอยู่ตลอดเวลา

5.ให้ข้อมูลที่ดี ไม่ยัดเยียดเกินเหตุ

คิดดูสิว่า ถ้าคุณเข้าร้านขายเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง แล้วกำลังสอบถามพนักงานเกี่ยวกับเรื่องครีมทาหน้าที่เหมาะกับผิวหน้า แน่นอนว่าคุณก็คงอยากได้ตัวเลือกให้คุณได้ตัดสินใจเลือกซื้อ ไม่ใช่โดนเชียร์ขายผลิตภัณฑ์อยู่ยี่ห้อเดียว เราควรให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการเลือกซื้อ และคอยให้ข้อมูลคำแนะนำที่ดี ซึ่งวิธีนี้จะสามารถทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจที่ดีต่อร้านและก่อให้เกิดความอยากกลับมาซื้อซ้ำได้มากกว่า

6.ปรับปรุงและอัพเดตช่องทางการซื้อให้ง่ายต่อการช็อป

แน่นอนว่าปัจจุบันนี้ช่องทางยอดฮิตในการซื้อขาย ก็คือช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Inatragram หรือ Website ควรที่จะทำให้แสดงผลบนหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย นอกจากนี้ต้องสร้างความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นั่นก็คือ Mobile Application ของร้านเอง เพราะปัจจุบันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้เราต้องเข้าหาผู้บริโภคมากขึ้นโดยการทำ Mobile App ให้ลูกค้าดาวน์โหลดไปไว้บนหน้าจอลูกค้า ทีนี้ลูกค้าก็จะเห็นร้านเราทุกวันได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเขา Safari ให้ยุ่งยากอีกต่อไป ลองนำเทคนิคง่ายๆไปปรับใฃ้กันดูได้นะคะ  Mobinster ขอยืนยันตรงนี้เลยว่า ลูกค้าเก่าสำคัญมากจริงๆ ขอบคุณที่มาเพิ่มเติม : yengobuzz.com ภาพประกอบ : ละครเมีย 2018 สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!  02-675-9371  092-262-0475 (ฝ่ายขายและการตลาด)  support@mobinster.com Official LINE@: @mobinster เพิ่มเพื่อน

ทุกวันนี้การแข่งขันก็เริ่มรุนแรงขึ้นในเกือบทุกๆรูปแบบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า ร้านอาหารต่างๆ ต่างก็แย่งลูกค้ากันไปมา ซึ่งจะอาศัยกันนั่งเปิดร้านรอลูกค้าเดินเข้ามาหาอย่างเดียวคงจะไม่เวิร์คแล้ว  วันนี้ Mobinster ขอแชร์การทำการตลาดแบบเชิงรุกสไตล์ Mobinster โดยการใช้เครื่องมือ Mobile App ของ Mobinster เอง มาดูกันเลยว่า เราจะสามารถช่วยการตลาดธุรกิจคุณได้อย่างไร

 ก่อนอื่นเรามาทำวามเข้าใจกับการตลาดเชิงรุกแบบเข้าใจง่ายกันซะก่อน 

การตลาดเชิงรุก คืออะไร

  การตลาดเชิงรุก คือการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งให้เป็นลูกค้าเรา โดยการทำการตลาดหรือการขายพุ่งเข้าสู่กลุ่มลูกค้าโดยตรง เป็นการแสวงหาโอกาสมากกว่ารอรับ ไม่ต้องรอให้ลูกค้าเดินมาหาเราเอง

Mobinster ช่วยการตลาดชิงรุกได้อย่างไร

Mobinster เป็น Mobile App ที่ส่งเสริมในเรื่องการตลาด ซึ่งเจ้าของธุรกิจสามารถใช้ในการทำการตลาดมุ่งไปสู่กลุ่มลูกค้าโดยตรง Mobinsterจะมีการจัดเก็บข้อมูลการขาย(Sell Report) เช่น บันทึกรายงานการขาย รายเดือน รายวันแล้ว เรายังมีการบันทึกพฤติกรรมผู้บริโภค (Customer Report) อย่างละเอียดอีกด้วย เช่นสินค้าใดขายดีในกลุ่มเพศและอายุใด ความถี่ในการซื้อ เป็นต้น รวมถึงการบันทึกข้อมูลส่วนตัวพื้นฐานของลูกค้าแต่ละบุคคล(เป็นข้อมูลที่ได้รับการยินยอมแล้วเท่านั้น) ซึ่งให้เจ้าของธุรกิจสามารถทำไปทำแคมเปญการตลาดเชิงรุกลูกค้าเก่าได้อย่างสะดวกสบาย โดยการนำข้อมูลเหล่านี้มาทำการวิเคราะห์ในการสร้างแคมเปญเอาใจลูกค้าแต่ละกลุ่ม แล้วจึงทำ Promotion Voucher ส่งเป็น Push-up Notification ให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งทาง Mobinster เรียกการทำกลยุทธ์แบบนี้ว่า Personalized Marketing หรือการทำการตลาดตรงบุคคลนั่นเอ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วจะเห็นได้ว่า Mobinster Mobile Application เป็นเครื่องมือการตลาดเชิงรุกที่จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าเก่าหรือลูกค้าที่เคยใช้บริการมาแล้ว อยากให้มองว่าลูกค้าเก่าเนี่ยแหละคือกำลังสำคัญในการช่วยเพิ่มยอดขายเลย นอกจากพวกเขาเหล่านั้นจะได้รับความประทับใจจากโปรโมชั่นดีๆแล้ว เขายังช่วยในการโปรโมทร้านค้าอีกแรงให้อีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันนี้การบอกเล่าปากต่อปากนั้นค่อนข้างที่จะมีอิทธิพลอย่างมากในการตัดสินใจซื้อ ยิ่งเรารู้เคนิคการทำการตลาดแล้วทำมา adapt ให้ถูกกลุ่มแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าลูกค้าก็ไม่อยากไปไหนละล่ะ

คราวหน้า Mobinster มีบทความดีๆมาฝากอีก ฝากติดตามด้วยนะคะ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!
 02-675-9371  092-262-0475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 support@mobinster.com
Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

แม้ว่าปัจจุบันจะมีช่องทางในการโปรโมทแบรนด์มากมายหลายช่องทาง ที่นิยมในปัจจุบันก็คือ Facebook Instagram Line@  โดยเฉพาะ FB และ Instagram จะเป็นช่องทางที่ดึงลูกค้าเข้ามาหาเรา ให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์เรา แต่สิ่งที่น่าสนใจหลังจากนั้นคือ โมบายแอพ (Mobile Application) ที่จะช่วยให้ร้านสามารถรักษาลูกค้าที่มีของเราไม่หันไปใช้บริการแบรนด์ เนื่องจากว่าจะทำให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับเรามากขึ้นอีกเท่าตัว  วันนี้ Mobinster.com จะมาแชร์ความคิดว่า ทำไม SMEs ต้องมีโมบายแอพ มีแล้วดียังไง ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า Mobile App กันค่ะ

โมบายแอพมีคำเรียกเต็มๆ มาจากคำว่า โมบายแอพพลิเคชั่น (Mobile Application) ซึ่งความหมายถ้าเอาแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ “โปรแกรมประเภทหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานบนมือถือหรือแทบเล็ต” โดยแอพนั้น เราจะเห็นได้ในมือถือหรือแทบเล็ตที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

หลังจากรู้ความหมายที่แท้จริงกันแล้ว ต่อไปจะมาดูกันว่า แล้วทำไมธุรกิจขนาดย่อมอย่าง SMEs ต้องมีโมบายแอพด้วยล่ะ

  • ก้าวทันเทคโนโลยี ลูกค้าจะเข้าถึงได้ง่าย
  • เพิ่มเชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นและความน่าเชื่อถือให้แบรนด์
  • ทำการตลาดบนมือถือผ่านโมบายแอพได้อย่างง่ายดาย
  • ลูกค้าซื้อซ้ำเรื่อยๆ โดยใส่โลโก้แบรนด์ไว้บนหน้าจอโทรศัพท์ แน่นอนว่าลูกค้าต้องเห็นทุกวัน
  • จากสถิติ ลูกค้าสะดวกเข้าโมบายแอพมากกว่าเข้าหน้าเว็บไซต์ เนื่องจากกดเข้าหน้าแอพได้เลย ไม่ต้องใส่ URL หรือเข้าค้นหาใน Serch Engine

โมบายแอพ เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ไม่ว่าองค์ระดับใดก็เลือกที่จะมีโมบายแอพเป็นของตนเอง จะสังเกตุเห็นได้ว่าธุรกิจในทุกวันนี้จะไม่ได้มีแค่หน้าเว็บไซต์เพียงอย่างเดียวนอกจากจะช่วยสร้างการโปรโมทแบรนด์ได้แล้วยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของเเบรนด์ได้ดีอีกด้วย อีกทั้งใช้เป็นช่องทางการโปรโมทสินค้าและบริการเป็นของตนเอง เพื่อรักษาฐานลูกค้า โดยเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นขาประจำ ด้วยฟังก์ชั่นที่หลาหลายตอบโจทย์การทำธุรกิจยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่องค์กรใหญ่ๆเท่านั่นที่จะมีโมบายแอพได้ เพราะปัจจุบันโมบายแอพสามารถเข้าถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแล้ว โดยเฉพาะ Mobinster ที่สามารถทำให้ธุรกิจ SMEs มีโมบายแอพภายใต้แบรนด์ของตนเองได้อย่างง่ายดาย ด้วยราคาที่เป็นกันเองและแพคเก็จที่หลากหลายให้เลือกตามความเหมาะสมกับขนาดธุรกิจ

“อยากทำโมบายแอพธุรกิจ แต่กลัวจะแพงเกินไป งบก็มีจำกัดซะด้วยสิ”

Mobinster เราให้เจ้าของธุรกิจมีโมบายแอพได้ในราคาที่จำกัด ไม่แพงอย่างที่คิดเลยค่ะ เฉลี่ยแล้วเริ่มต้นแค่ 499 บาท/ปี เท่านั้นเอง

  • ให้เจ้าของร้านมีโมบายแอพเป็นของแบรนด์ตนเอง ถ้าไม่เห็นภาพให้มองว่ามีโลโก้ร้านแปะเป็นโลโก้แอพเลย เหมือนอย่าง Starbuck MK Wongnai เป็นต้น
  • มีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นที่รองรับธุรกิจที่มีหน้าร้านและออนไลน์
  • สามารถนำ Report มาทำการตลาดได้  เป็นการทำการตลาดบนโมบายแอพ สะดวกและรวดเร็วบนโมบายแอพพลิชันของแบรนด์เอง
  • เราทีมงานมืออาชีพ พร้อมซัพพอร์ตการใช้งานตลอดอายุสัญญา
  1. เลือกส่งข้อความและรูปภาพได้ในแชทแบบ ตัวต่อตัว (1ต่อ1)
  2. อัพเดตข่าวสารโปรโมชั่น กิจกรรมของทางร้านเพื่อไม่ให้พลาดการใช้สิทธิ์
  3. ส่ง Notification แบบ Push up ไปยังลูกค้า แถมยังเลือกระบุกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียดและชัดเจน
  4. ลูกค้าสามารถ Order Online โดยที่ไม่ต้องมายืนรอหน้าร้าน หรือจะรอรับสินค้าที่บ้านก็ได้
  5. ระบบสะสมแต้มหรือคะแนน เพื่อแลกของรางวัลหรือสิทธิพิเศษเมื่อสะสมครบจำนวน เพื่อจูงใจให้ลูกค้าใช้บริการแบรนด์เรา เปลี่ยนจากพกบัตรกระดาษเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์แทน
  6. ระบบ Voucher และ Promotion Management ในการส่งสิทธิโปรโมชั่นพิเศษให้ลูกค้า ในรูปแบบคูปอง   
  7. Report การขายรายวัน รายเดือน รวมทั้งรายการพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น การลูกค้าคนใดชอบสินค้าชนิดไหนมากที่สุด รู้ถึงเวลาที่ลูกค้าชอบเลือกใช้บริการ เป็นต้น

     และฟีเจอร์อื่นๆอีกมากมาย

จะเห็นได้ว่าการมีโมบายแอพไม่ใช่เรื่องไกลตัวแล้วนะคะ ธุรกิจใดมีก่อนก็มีชัยเกินครึ่งแล้ว ธุรกิจรุ่นใหม่ อย่าลืมใส่ใจพฤติกรรมผู้บริโภคนะคะ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!
 02-675-9371  092-262-0475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 support@mobinster.com
Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน