บล็อก

กลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีกแบบ Omni-channel เป็นอย่างไร

ธุรกิจ Offline กำลังจะล่ม?

ธุรกิจ offline กำลังจะล่มจริงๆหรือกำลังจะหายไปความจริงแค่เปลี่ยนเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้นมากกว่า เพราะปัจจุบันทั้งโทรศัพท์ การสื่อสาร มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้ออย่างมาก เนื่องจากทุกวันนี้ลูกค้าส่วนมากเลือกที่จะเปรียบเทียบราคาและคุณภาพ รวมทั้งรีวิวสินค้าต่างๆก่อนตัดสินใจซื้อที่หน้าร้านเช่นเดียวกัน

ร้านค้าปัจจุบันมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น โดยเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงสินค้าของทางร้านผ่านอุปกรณ์รวมไปถึงช่องทางต่างๆมากขึ้น ตัวอย่างเช่น

“ลูกค้าท่านหนึ่ง กำลังสนใจนาฬิกาข้อมือของร้านหนึ่ง จึงเริ่มศึกษาข้อมูลประกอบดูรีวิว ก่อนตัดสินใจไปดูสินค้าจริงที่หน้าร้าน เพื่อให้เห็นและสัมผัสของจริงแะสุดท้ายกับมาสั่งซื้อบนสินค้านั้นบนโมบายแอพของร้านนั้น เพราะมีโปรโมชั่นที่ดีกว่าหน้าร้าน”

พฤติกรรมการซื้อสินค้าเช่นนี้เรียกว่า Omni Channel ซึ่งทางแบรนด์ตำเป็นต้องมีการปรับกลยุทธ์ในการให้ข้อมูล และวิธีการทำการตลาดที่ดึงดูดความสนใจกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สามารถอยู่เหนือกว่าคู่แข่ง

ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา 1 ใน 3 ของรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ มาจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งในยุค Mobile-first แบบนี้ ธุรกิจค้าปลีก มี 3 สิ่งที่ต้องพิจารณา

การเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือสูงขึ้นเรื่อยๆในทุกๆปี รวมถึงการจับจ่ายซื้อของผ่านช่องทางนี้ก็มากขึ้น และมีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากสะดวก จะสั่งซื้อของก็ไม่ต้องเข้าหน้าเว็บ แค่จิ้มไปที่แอพพลิเคชั่นร้านแค่ปลายนิ้วสัมผัส รวมไปถึงการแสดงผลบนแอพก็เหมือนจะดูได้ง่ายกว่าบน website ทำให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกหลายๆแห่ง เกิดการพัฒนาและเติบโตของช่องทางการขายแบบ Mobile-Commerce ในปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายจากช่องทางโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการขายผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งศึกษา และเรียนรู้ทุกๆช่องทาง เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเข้าถึงและตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าได้มากขึ้น

2. ความท้าทายของตลาดแอพพลิเคชัน (App Adventure) 

นอกจากพฤติกรรมการซื้อขายสินค้าผ่านเว็บไซต์บนมือถือ ปัจจุบันกลุ่มเป้าปมายก็เริ่มมีการซื้อขายผ่าน โมบายแอพพลิเคชัน (Mobile Application) ของแบรนด์มากขึ้น เพราะง่าย และสะดวกกว่าเข้าผ่านเว็บไซต์แน่นอน ดังนั้นการพัฒนาช่องทางการขายผ่านแอพพลิเคชั่น เป็นอีกหนึ่งก้าวต่อไปของการทำ Omni-Channel ที่น่าจับตามองและน่าสนใจ เนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นนั่นเอง

3. โอกาสของการตลาดแบบไร้รอยต่อ (Ommichannel Opportunity)

ปัจจุบันลูกค้ามีพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนแปลงวิธีการในการซื้อสินค้าทั้งจากออนไลน์ และออฟไลน์ รวมถึงในแต่ละช่องทางนั้นมีวิธีการที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกต้องเร่งปรับกลยุทธ์ในการเชื่อมทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันผ่านการสร้างประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

จะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีช่องทางการติดต่อสื่อสารหรือจับจ่ายซื้อของหลากหลายมากขึ้น ฉะนั้นแล้วทางธุรกิจก็อย่าลืมปรับตัวให้ทันด้วยนะคะ เพื่อที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตและยังเพิ่มชื่อเสียงให้แบรนด์ติดตลาดมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ 

ขอบคุณที่มาบทความ : http://www.eggdigital.com/th/  

 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!
 02-675-9371  092-262-0475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 support@mobinster.com
Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

ควบคุมต้นทุนธุรกิจSMEอย่างไร ไม่ให้บานปลาย!

เป้าหมายสำคัญในการทำธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตาม คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากผลกำไร เมื่อเราพูดถึงกำไรก็สามารถคิดคำนวณได้ง่ายๆ คือ “รายได้-รายจ่าย” ซึ่งรายได้ที่มากขึ้นมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่คุณต้องไม่ลืมว่าต้นทุนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะบอกว่าธุรกิจของคุณได้กำไรมากแค่ไหนเช่นกัน หากคุณอยากสร้างกำไรให้เพิ่มขึ้น คุณก็ต้องพยายามลดต้นทุนธุรกิจในส่วนที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุด

คำถามคือ ทำไมเราไม่พยายามหาวิธีทำการตลาด โปรโมทสินค้า เพื่อเพิ่มยอดขายให้เยอะๆ แทนที่จะมาโฟกัสที่การลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว? นั่นเป็นเพราะว่ารายได้ในแต่ละเดือนเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถกำหนดได้ แต่เราสามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินธุรกิจได้ และหากยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ต้นทุนสูงลิ่วก็ไม่สามารถทำให้ธุรกิจของคุณสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนได้แน่ ในทางกลับกัน การละเลยไม่ใส่ใจควบคุมต้นทุนธุรกิจให้ดีนั้น อาจทำให้คุณเดินไปถึงเป้าหมายได้ช้าลง หรือหากโชคร้ายต้องปิดกิจการอาจนำไปสู่ “ภาวะการแบกรับหนี้สิน” ได้ ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำ 5 วิธีการงบธุรกิจSME  ให้ทราบกันค่ะ

1. วางแผนงบประมาณและกำหนดค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน

เริ่มแรกคุณจะต้องรู้ก่อนว่าต้นทุนแท้จริงในการดำเนินธุรกิจคือเท่าไร รายรับและรายจ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นต้องมีการบันทึกทำบัญชีอย่างละเอียดชัดเจน จากนั้นต้องวิเคราะห์แยกประเภทค่าใช้จ่ายว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ก่อนดำเนินการจ่ายเงินหรือซื้ออะไรก็ตาม ต้องไม่ลืมที่จะค้นหาเปรียบเทียบราคาอยู่เสมอ และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามแผนที่วางเอาไว้อย่างเคร่งครัด

2. ทำการตลาดออนไลน์

การสร้างแบรนด์สำหรับธุรกิจ SME ในยุคนี้ได้เปรียบมาก ในเรื่องของการทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งช่วยประหยัดงบไปได้เยอะและยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย เริ่มจากการสร้างเว็บไซต์ เพจ Facebook บัญชี Line@  Instagram หรือ Mobile App ทั้งนี้คุณสามารถเลือกได้ตามวัตถุประสงค์ธุรกิจ รวมถึงการทำโฆษณาบน Google ทั้ง SEM และ SEO ซึ่งได้ผลในเวลาอันรวดเร็ว และสามารถควบคุมงบประมาณในแต่ละเดือนได้

3. Barter แลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการ

การแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการสามารถทำได้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแลกเปลี่ยนเพื่อแลกกับมีเดียหรือโฆษณาผ่าน KOL ในเหล่าบรรดาบล็อกเกอร์ ดารา ฯลฯ ทดลองใช้สินค้าของเราและเป็นกระบอกเสียงบอกต่อกับลูกค้า หรือหากเรามีคนรู้จักที่สามารถช่วยเราทำงานได้ เช่น การทำบัญชี หรืออื่นๆ ก็สามารถเจรจาต่อรองได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับมูลค่าและความเหมาะสมของธุรกิจของคุณด้วย

4. วิเคราะห์และค้นหาลูกค้าตัวจริงของคุณ

ข้อดีของการรู้ว่าใครคือลูกค้าตัวจริงของคุณ โดยในที่นี้คือกลุ่มลูกค้าที่ “สร้างมูลค่า” ให้กับธุรกิจ และกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้สร้างรายได้ให้กับธุรกิจมากนัก ทำให้เราสามารถโฟกัสเวลาและต้นทุนให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย แต่ไม่ใช่ว่าจะทิ้งกลุ่มที่สร้างรายได้น้อยไปเลยทันที ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าประเภท A สร้างรายได้ให้กับบริษัทได้มากกว่าประเภท B ถึง 2 เท่า เมื่อรู้อย่างนี้เราควรนำงบที่มีไปลงกับกิจกรรมที่จะขยายฐานลูกค้าประเภท A ให้มากขึ้น เช่น เสนอส่วนลดที่มากขึ้น หรือให้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ที่สามารถปิดการขายได้เป็นต้น ในขณะที่ให้ความสำคัญน้อยเป็นอันดับสองกับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง นี่ถือเป็นการจัดการทรัพยากรเพื่อให้เปลี่ยนเป็นกำไรได้มากที่สุดสำหรับบริษัท

5. เปลี่ยนจากคนมาใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยแทน

ปัจจุบันนี้มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับธุรกิจมากมายโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก บ้างก็ฟรี บ้างก็เสียเงิน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังถือว่าช่วยเราประหยัดงบไปได้เยอะรวมถึงเรื่องของพนักงานด้วย บริการเหล่านี้มีตั้งแต่เทคโนโลยีในการช่วยดูแลลูกค้า รับชำระเงินออนไลน์ ไปจนถึงการจัดส่งสินค้า หรือแม้แต่การเปิดช่องทางการขายของออนไลน์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุน ทั้งนี้ในแง่ของสถานที่ เครื่องมือในการดำเนินการ และพนักงาน ยกตัวอย่างเช่น การส่งสินค้าให้ลูกค้า แทนที่เราจะเอางบมาจ้างพนักงานขับรถ ซื้อมอเตอร์ไซค์ เราก็สามารถใช้บริการแมสเซ็นเจอร์ และบริการส่งสินค้าทางไปรษณีย์ผ่านแอพพลิเคชั่นได้ นอกเหนือจากนี้ยังมีตัวอย่างอีกมากมายเช่น บริการทำใบแจ้งหนี้ออนไลน์ ระบบบริหารจัดการร้านค้า สต็อกสินค้า เป็นต้น

ขอบคุณบทความจาก  https://www.peerpower.co.th/blog/sme/expense-control/

 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!
 02-675-9371  092-262-0475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 support@mobinster.com
Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

5 วิธีสร้าง Branding ให้กับธุรกิจ

ทำอย่างไรให้แบรนด์เราติดตลาด

ปัจจุบันมีธุรกิจเกิดขึ้นมากมาย คู่แข่งแต่ละธุรกิจก้มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  โดยเฉพาะธุรกิจ Start up ที่ขึ้นเป็นดอกเห็ด ยิ่งเป็นความท้าท้ายของเหล่านักธุรกิจหน้าใหม่และหน้าเก่า  ที่จะทำอย่างไรดีให้ลูกค้าเลือกใช้บริการกับเรา สิ่งที่ควรคำนึงถึงอันดับแรกคือลูกค้ารู้จักเราหรือยัง รู้จักดีพอหรือไม่ และจะทำอย่างไรให้ลูกค้าจดจำเราได้   วันนี้ mobinster.com จะมาแนะนำเทคนิค 5 วิธีสร้าง แบรนด์ ให้กับธุรกิจกันค่ะ

1.วิเคราะห์จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์

ในเมื่อลงมือทำธุรกิจใดๆแล้ว พื้นฐานสำคัญคือเราต้องควรรู้ก่อนว่า เราขายสินค้าอะไรจุดประสงค์คืออะไร กลุ่มลูกค้าคือใคร เรามีความรู้เและความเชี่ยวชาญในสินค้าและบริการมากน้อยขนาดไหน รวมถึงคุณภาพของสินค้าเราดีพอที่จะสู้กับคู่แข่งได้หรือไม่ สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด และนอกจากนี้เรามีวิธีการรับมือกับลูกค้าอย่างไร สรุปง่ายๆคือเราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้  

2.สร้างโลโก้แบรนด์

โลโก้ของสินค้าเปรียบเหมือนสัญลักษณ์แทนสินค้าและธุรกิจ  คีย์หลักคือลูกค้าเห็นโลโก้แล้วต้องจำได้และดูแล้วรู้ว่าสินค้าหรือธุรกิจของเราคืออะไร ซึ่งก็ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายๆอย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ (ไม่ควรเกิน 3 พยางค์), สโลแกนที่ติดหูจำง่าย เช่น ยูโร่ อร่อยทุกที่ ทุกเวลา , สีของแบรนด์ เป็นต้น

3.สร้างการรับรู้ (Brand Awareness)

คือการทำโฆษณาแบรนด์ของเราให้เป็นที่รู้จักมากกขึ้น ซึ่งก็มีหลากหลายวิธี แต่ปัจจุบันนิยมการทำโฆษณาผ่าน Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook Youtube Twitter หรือ Mobile App ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ฯลฯ

4.สร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)

สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อการรักษาก็คือลูกค้า ทำอย่างไรไม่ให้ลูกค้าหนีไปใช้บริการเจ้าอื่น หรือที่เรียกกันว่าการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ เพราะเมื่อลูกค้ามีความผูกพันธ์และมีความรู้สึกที่ดีต่อสินค้าของเรา ลูกค้าก็เลือกที่จะซื้อสินค้าของเราไปเรื่อยๆ ซึ่งเราต้องรู้จักรักษามาตรฐานและพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้นไป ซึ่งต้องอาศัยการอ่านใจลูกค้าให้ออก แล้วตอบโจทย์กับสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ รวมทั้งบริการที่ดีเยี่ยม อาจจะมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าประจำให้เกิดความประทับใจบ้าง แค่นี้ลูกค้าก็ไม่ไปไหนละล่ะ

5.ถามใจลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

เจ้าของธุรกิจต้องหมั่นสอบถามความต้องการของลูกค้า ความพึงพอใจในตัวสินค้า หรือรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ ถ้าเป็นข้อดีก็ควรรักษามาตรฐานและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่ถ้าเป็นข้อด้อยก็ควรนำมาปรับปรุง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ ถ้าธุรกิจที่มีบริการและสินค้าที่ดีก็อยากบอกต่อถ้าไม่ดีบอกต่อยิ่งกว่า ทำให้ธุรกิจรู้จักในวงกว้างมากขึ้น  ยิ่งทำให้เราลดค่าโฆษณาแบรนด์ได้อีกเยอะ ลูกค้านี่แหละคือกระจกสะท้อนธุรกิจของเราได้ดีที่สุด

และนี่ก็เป็นเท็คนิคเล็กๆน้อยๆสำหรับ 5 วิธีสร้างแบรนด์ให้ธุรกิจ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปไวมากจริงๆ ฉะนั้นต้องรู้จักพัฒนาตัวเองอย่างเสมอ เพื่อให้ธุรกิจของเราอยู่รอดทุกยุคทุกสมัย และเพื่อให้ได้เปรียบกว่าคู่แข่ง ทาง mobinster.com หวังว่าจะสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณได้ไม่น้อยก็มากนะคะ

ขอบคุณบทความจาก easyparcel.co.th

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!
 02-675-9371  092-262-0475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 support@mobinster.com
Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน

มีโมบายแอพพลิเคชันจำนวนไม่น้อยที่ถูกปล่อยให้รกร้างบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ  เนื่องจากไม่ได้รับการอัพเดตหรือแอคทีฟใดๆ บางร้านเสียเงินจ้างเขียนapp หมดเป็นแสนๆ แต่ไร้ความเคลื่อนไหวและกลายเป็นแอพตายภายในที่สุด ลองเปรียบเทียบกับต้นไม้ดูสิ ต้นไม้จะสวยดอกจะงอกงามก็ต้องหมั่นรดน้ำใส่ปุ๋ยใช่ไหมล่ะ ก็คงไม่ต่างกับโมบายแอพที่ต้องการความเคลื่อนไหวและอัพเดต ปัญหาใหญ่ของร้านค้าและธุรกิจนั่นคือการจะมีโมบายแอพไม่ยากเท่าการดูแล วันนี้ทาง mobinster.com จะมาแชร์เคล็ดลับดีๆการทำให้แอพพลิเคชันของคุณ still alive กันค่ะ

1.โมบายแอพสร้าง First Impression ให้กับผู้ใช้งานหรือไม่

ลองนึกดูสิว่า ถ้าเราเข้าโมบายแอพหนึ่งที่ใช้งานยาก รูปแบบการจัดวางที่ระเกะระกะ กว่าจะล็อคอินได้ ต้องกรอกข้อมูลเยอะแยะไปหมด เราแทบอยากจะกดปิดเลยด้วยซ้ำ เพราะ First Impression เราไม่โอเคแล้ว เราก็ไม่อยากใช้งานอีก แต่ถ้าเป็นโมบายแอพที่ดูง่าย อ่านง่าย เข้าใช้งานง่าย รูปแบบการจัดเรียงดี เนื้อหาไม่สั้นหรือยืดเยื้อจนเกินไป ใช้ภาษาที่ถูกต้อง ตอบสนองความรู้สึกกับผู้ใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและสร้างความประทับใจ และก็มีการใช้ครั้งต่อๆไปแน่นอน

2.อัพเดตข่าวสาร

แน่นอนว่า การอัพเดตข่าวสารของร้านหรือธุรกิจเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ มีความถี่ให้ได้มากที่สุด นอกเหนือจากการอัพเดตข้อมูลข่าวสารทาง Social Media ต่างๆแล้ว การอัพเดตผ่าน mobile app ก็สำคัญเช่นกัน เช่น ทางร้านมีสินค้าอะไรใหม่ แม้กระทั่งวันหยุดของทางร้าน หรืออาจจะเป็นการรายงานบรรยากาศของร้านวันนี้ก็ได้สรุปง่ายๆคือ อัพเดตเรื่องอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับร้านหรือที่คิดว่าจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน เพื่อไม่ให้มันว่างเท่านันเอง เพราะยิ่งอัพเดตยิ่งเพอร์เฟค ยิ่งมีความเคลื่อนไหว

3. จัดโปรโมชัน

ลองจัดโปรโมชั่นเล็กๆน้อยๆ เชิญชวนร่วมสนุก เช่นโชว์ Banner ลดราคาในโมบายแอพเมื่อมาที่หน้าร้าน รับไปเลยส่วนลด 10% จากค่าอาหาร เป็นต้น วิธีนี้จะทำให้ลูกค้าคอยตรวจเช็คแอพพลิเคชันอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องลิงค์ไปยังข้อสอง ก็ต้องหมั่นอัพเดตเป็นประจำด้วยนะจ๊ะ

และนี่ก็คือเทคนิคเล็กๆน้อยๆ เผื่อเจ้าของธุรกิจของได้ไอเดียในการจัดการและดูแลแอพพลิเคชันให้ไม่สูญเปล่านะคะ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความประทับใจในการใช้งาน การอัพเดตข่าวสารอย่างเสมอ รวมถึงการจัดโปรโมชันชักจุูงได้น่าสนใจ เพียงเท่านี้แอพพลิเคชันของคุณก็จะมีชีวิตชีวา ไม่เป็นแอพร้างแน่นอนค่าา

เขียนโดย  mobinster.com

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป
โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!
 02-675-9371  092-262-0475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 support@mobinster.com
Official LINE@: @mobinster
เพิ่มเพื่อน

5 เทคนิคทำการตลาดบนมือถือ

ยุคนี้ทำการตลาดอย่างไรให้ด้ผล รู้หลักมีชัยไปกว่าครึ่ง

          นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ฟังวิทยุ คงเป็นคำถามที่เราเคยถามตัวเองเมื่อ 10 ปีก่อน จริงอยู่พวกเราอาจจะฟังวิทยุในรถยนต์ส่วนตัวกัน แต่เมื่อ 10 ปีก่อน คงไม่มีใครฟังวิทยุในขณะที่ตัวเองอยู่ที่บ้าน กาลเวลาเดินทางผ่านมา 10 ปี จนมาถึงวันนี้ เรากลับเริ่มถามตัวเองอีกครั้ง นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ดูทีวี แม้ทีวีจะเป็นเครื่องใช้ที่ทุกๆบ้านจะมีติดบ้านไว้อย่างน้อย 1 เครื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปีให้หลังมานี้ พวกเราเปิดมันดูสักกี่ครั้ง? บางครั้งการเปิดทีวี เราต้องการแค่เสียงของทีวีเพื่อไม่ให้เกิดความเหงาในขณะที่เรากำลังเล่น “มือถือ”

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เป็นยุคทองของมือถือจริงๆ เพราะสื่อต่างๆในบ้านเราทั้งรายการโทรทัศน์ ละคร หรือแม้แต่สารคดีเอง ทุกวันนี้เริ่มปล่อยเนื้อหาให้อยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการทำเนื้อหาออนไลน์นั้นค่อนข้างตอบโจทย์กับวิถีชีวิตของคนไทยในบ้านเรา การทำงานตั้งแต่เช้าจนเย็น กลับบ้านกว่าจะถึงบ้าน บางวันค่อนข้างดึกและอาจจะทำให้พลาดรายการหรือละครโปรดไป ดังนั้นการทำเนื้อหาบนโลกออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาจึงสามารถช่วยให้คนดูสามารถติดตามเนื้อหาของเราได้ไปตลอด

1.ใช้ Social Network และมือถือ ในการสร้าง Community

          Coca Cola หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ “โค้ก” ได้ให้ลูกค้าที่ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ทำการสร้างเนื้อหาของพวกเขาขึ้นมาเอง ผ่านเครื่องมือการทำการตลาด เช่น Shuttlerock ที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาของตัวเองได้ง่ายๆผ่านมือถือ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหรือกิจกรรมที่ทำอยู่ นอกจากนั้นยังแชร์ไป Social Network และ เว็บไซต์ของแบรนด์ได้โดยตรง ซึ่งข้อดีของการทำแบบนี้คือ แบรนด์จะมีเนื้อหาของตัวเองได้โดยไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ ให้คนที่ชื่นชอบและรักในแบรนด์ของเราช่วยสร้างเนื้อหาของแบรนด์ให้ นานวันเข้าจะเกิด Community ภายใต้ชื่อแบรนด์ของเราเอง

2.เว็บไซต์ต้องสามารถอ่านและสอดคล้องกับหน้าจอมือถือ

          พวกเราคงเคยพบเจอกับการอ่านเนื้อหาบนมือถือที่ยากลำบากทั้งการต้องเลื่อนหน้าจอซ้ายขวาเพื่อนอ่านเนื้อหาที่อยู่ในบทความเดียวกันหรือการหาปุ่มที่เราต้องการไม่เจอเพราะปุ่มนั้นตกขอบไปจากหน้าจอมือถือ ปัญหาเหล่านี้มักเจอกับเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณสมบัติ Responsive ผลสุดท้ายก็คือผู้ใช้จะไม่กลับเข้ามาดูเนื้อหาเหล่านั้นอีกต่อไปดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ในการทำเว็บไซต์ของเราให้เป็นแบบ Responsive เพราะไม่งั้นเนื้อหาดีดีของเราอาจจะถูกผู้ใช้มองข้ามไปด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ

3.สร้าง Mobile App

         ก้าวถัดไปคือ การสร้างเครื่องมือในการสื่อสารอีกทางหนึ่งที่สำคัญมาก ในยุคทองของมือถือนี้ Mobile App

Mobile App มีประโยชน์มากมายแต่เราจะขอยกมา 4 ข้อสำคัญๆซึ่งก็คือ

    1. การจดจำแบรนด์ – ทุกครั้งที่ผู้ใช้ใช้มือถือจะต้องเห็นโลโก้หรือตราของแบรนด์เราแน่นอน
    2. สร้างฐานอีเมลลูกค้า – ทุกครั้งที่มีการดาวน์โหลด Mobile Application เราย่อมได้รับอีเมลที่ทำการดาวน์โหลด ดังนั้นจึงเหมือนเป็นการสร้างฐานข้อมูลลูกค้าไปในตัวด้วย
    3. ทำให้ลูกค้าติดตามเนื้อหาของเราอยู่ตลอดเวลา – Mobile App สามารถส่ง Notification ที่คอยแจ้งเตือนและบอก ข่าวสารใหม่ๆให้กับลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวังมีฉะนั้นอาจจะเกิดผลเสียแทนที่จะเกิดผลดีขึ้นได้
    4. ซื้อสินค้าและบริการ – เมื่อมี Mobile App ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าหรือบริการของเราได้ทันที สะดวกและรวดเร็ว

ถ้าอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโมบายแอพ คลิกตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลย

Mobile Application คืออะไร?

10 แอพพลิเคชั่นสำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่

4.ต้องไม่ลืมทำเนื้อหา Video บนมือถือด้วยนะ

           อย่างที่เราทราบกันไปแล้วว่า ในโลกยุคใหม่นี้ ผู้คนเสพสื่อผ่านหน้าจอมือถือมากกว่าการนั่งดูทีวีเฉยๆอยู่ที่บ้าน และอีกหนึ่งเนื้อหาที่ผู้คนชอบบริโภคกันมากคือ วีดีโอ การทำวีดีโอภายใต้แบรนด์ของเรานอกจากจะช่วยเรื่องการตลาด การจดจำแบรนด์แล้ว ยังช่วยเรื่องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์อีกด้วย ตัวอย่างที่ดีที่สุดคงจะเป็นยี่ห้อกล้องที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง GoPro ไม่มีการตลาดใดจะดีไปกว่า การถ่ายวีดีโอด้วยกล้องของแบรนด์ตัวเอง แล้วอัพลง Social Network อีกแล้ว 

5.Podcasts ต้นทุนต่ำ ได้ผลแบบคาดไม่ถึง

                Podcasts Mobile App ที่โด่งดังในการทำเนื้อหาและมีผู้ใช้อยู่ทั่วทุกมุมโลก ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการทำวีดีโอ เพราะ Podcasts นั้นใช้เพียงแค่เสียงเท่านั้น จึงทำให้แบรนด์ที่ทำเนื้อหาลง PodCasts สามารถเน้นไปที่การทำเนื้อหาและความถี่ในการสร้างเนื้อหาก็อยู่ในขั้นที่สูงอีกด้วย และยิ่งเป็นเพียงแค่เสียง อีกจุดเด่นหนึ่งของ Podcasts จึงเป็นการที่ผู้ใช้สามารถฟังเนื้อหาของเราได้ทุกที่ทุกเวลาอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ขณะไปฟิตเนส ขณะเดินทาง ขณะเที่ยวพักผ่อน ดังนั้น Podcasts จึงเป็นอีกตัวเลือกที่ดีในการทำตลาดผ่านโมบายแอพเลยล่ะครับ 

             จริงๆแล้วยังมีอีกหลากหลายวิธีในการทำการตลาดบนมือถือนะครับ แต่ที่เรายกมานั้นเป็น 5 ข้อที่การตลาดใน โลกยุคใหม่นั้นกำลังเป็นที่นิยมและได้ผลในหมู่ของเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ดังนั้นอย่าลืมที่จะสร้างฐานลูกค้าจากช่องทางมือถือที่กำลังเติบโตนี้กันด้วยนะครับ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมราคาโมบายแอพสำเร็จรูป โปรโมชั่นพิเศษ โทรเลย!!
 02-675-9371  092-262-0475 (ฝ่ายขายและการตลาด)
 support@mobinster.com
Official LINE@: @mobinster

เพิ่มเพื่อน